(close this window to go back to thaicosderm)

การใช้เลเซอร์และแสงต่างๆในการรักษาสิว
พ.ญ.จิรพร ศรีวสันต์ศักดิ์


คำถามที่หมอผิวหนังพบบ่อยขึ้นในปัจจุบัน จากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี คือการใช้เลเซอร์และแสงต่างๆ ในการรักษาสิว จะดีกว่าการรักษาแบบเดิมๆ หรือไม่ คำตอบคือ จะใช้ในกรณีที่คนไข้เบื่อหน่าย ต่อการทายารักษาสิวทั้งหลาย และมีนิสัยชอบลืมกินยา ให้ครบตามกำหนดวันเวลา การใช้แสงเลเซอร์หรือแสงต่างๆ ในการรักษาสิว จะเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่ง แต่จะกระเป๋าฉีกมากขึ้น จากความสะดวกสบายจากเทคโนโลยีเหล่านี้ ควรเลือกวิธีการรักษา ให้เหมาะสมกับเงินในกระเป๋าและยุคน้ำมันแพง เพราะบางครั้งของถูก ก็ได้ผลพอๆ กับของแพง แต่ได้ความรู้สึกว่า มีเงินเหลือเฟือมากพอที่จะสุรุ่ยสุร่ายและทันสมัยได้

แสงที่ใช้ในการรักษาสิวที่ได้ผลในปัจจุบันได้แก่

  • Blue light therapy เป็น FDA-approved narrow-band, high intensity blue-light therapy  เป็นตัวที่รู้จักกันดีว่าใช้รักษาสิว blue light ทำงานโดยการฆ่าเชื้อแบคทีเรียสิว ( P.acne) และใช้รักษาสิวอักเสบ ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาชนิดอื่น blue light ในปัจจุบัน จะไม่มี UV light เป็นส่วนประกอบ เนื่องจาก UV light จะทำอันตรายกับผิวหนังได้ และไม่ใช้รักษาสิวกันแล้ว
    โดยทั่วไป จะรักษา 8 ครั้ง ในระยะเวลา 4 อาทิตย์ ใช้เวลา 15 นาทีในแต่ละครั้ง ผลข้างเคียงน้อย อาจจะมีรอยคล้ำเพิ่มขึ้นชั่วคราว บวมบริเวณที่ได้รับการรักษา และผิวแห้ง ได้ผลประมาณ 55% 

  • Pulsed light and heat energy(LHE) therapy
    การรักษานี้ จะใช้ LHE ทำลายเชื้อ P.acne และลดการผลิตไขมัน โดยการไปทำให้ต่อมไขมันหดตัวลง เป็นระบบที่ใช้แสงสีเขียวและความร้อน สำหรับสิวที่เป็นน้อยและปานกลาง ซึ่งผ่านการรับรองจาก FDA แล้ว

  • ALA and light therapy
    การรักษานี้มี 2 ขั้นตอน คือ
    ใช้น้ำยา 5-aminolevulinic acid(ALA) ทาบริเวณผิวหนังที่จะใช้รักษา  ALA เป็นสารที่จะเพิ่มความไวต่อแสง ใช้รักษาสิวโดยทาทิ้งไว้บนผิวหนัง 15 ถึง 60 นาที ระยะเวลา ขึ้นกับความรุนแรงของสิว แล้วเช็ดน้ำยา ALA ออก และรักษาด้วยแสง เนื่องจาก ALA ทำให้ผิวหนังไวต่อแสงมากขึ้น คนไข้ควรใช้ครีมกันแดด เป็นเวลา 48 ชั่วโมงหลังการรักษา จากงานวิจัยพบว่า การรักษาสิวด้วยแสงสีน้ำเงินหรือสีแดง หลังจากทา ALA มีประสิทธิภาพมาก อย่างไรก็ตาม แสงสีแดง อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง ที่ไม่ต้องการดังนี้ ผิวคล้ำลงชั่วคราว หรือมีรูขุมขนอักเสบ สำหรับการใช้แสงสีน้ำเงินนั้น สรุปได้ว่า เหมาะสมดีกับการรักษาสิว

  • Diode laser
    การรักษาสิวด้วย 1450-nm diode laser ใช้รักษาสิวที่หน้าและหลัง มีผลการศึกษาว่า หลังการรักษาไปแล้ว 3 ครั้ง คนไข้มีสิวลดลง ประมาณ 83% ผลข้างเคียง ได้แก่ รอยแดงและบวมบริเวณที่ทำการรักษา

  • Pulsed dye laser
    บางรายงานว่าได้ผล บางรายงานว่าไม่ได้ผล

สรุป

การใช้แสงต่างๆในการรักษาสิว ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาติดตามอยู่ คงต้องการงานวิจัยเพิ่มมากขึ้น ไม่ควรใช้เป็นทางเลือกอันดับแรกในการรักษาสิว ส่วนแสง blue light จะใช้ได้ผลดีในกรณีสิวเกิดจากเชื้อ P.acne ถ้าเป็นสิวจากสาเหตุอื่นๆ จะไม่ได้ผล

ในกรณีที่ตัดสินใจใช้แสงพวกนี้รักษาสิว ให้คำนึงถึงเรื่องต่างๆต่อไปนี้

  1. รู้ว่าการรักษาชนิดใดจะดีที่สุดสำหรับคนไข้ปัจจุบัน เลเซอร์และการใช้แสงรักษาจะได้ผลดีในผู้ใหญ่

  2. ติดตามผลการรักษาทุกครั้ง

  3. ติดตามดูว่ามีผลข้างเคียงในระยะยาวหรือไม่

  4. ดูว่า ผลการรักษา จะคงอยู่ได้เป็นระยะเวลานานเท่าไร

  5. ที่สำคัญปรึกษาหมอผิวหนังของท่าน ซักถามให้เข้าใจทางเลือกของการรักษาสิว ให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน 

 

Copyright 2000-4,Thaicosderm,
All rights reserved.

Disclaimer
webmaster
info@thaicosderm.org