(close this window to go back to Thaicosderm)

เคล็ดลับการถนอมผิวพรรณ
ตอน วิธีขจัดรอยย่นเมื่อวัยเริ่มร่วงโรย

น.พ. ธาดา เปี่ยมพงศ์สานต์

ชีวิตย่อมไม่หนีวัยชรา ทุกคนเกิดมาย่อมเข้าสู่วัยร่วงโรยด้วยกันทั้งนั้น การที่ใครมีรอยย่นเป็นเรื่องธรรมดา แต่การที่ผิวพรรณมีริ้วรอยย่นก่อนวัย คงเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทนไม่ได้ ต้องขวนขวายทุกวิถีทาง ที่จะกำจัดสิ่งเหล่านี้ให้ออกไปจากใบหน้า ไม่ว่าสิ่งนั้นอาจพออ่านได้ จากหนังสือของผู้หญิง ซึ่งเต็มไปด้วย การโฆษณาชวนเชื่อทุกรูปแบบ เช่น การโฆษณาโดยการสัมภาษณ์ดาราว่า ทำอย่างไรจึงสวย มีเคล็บลับอะไร การสัมภาษณ์ผู้ผลิต หรือตัวแทนจำหน่าย ซึ่งอ้างว่า มีหลักฐานการทดลองเท่านั้นเท่านี้ ให้ดอกเตอร์ใช้เวลา คิดค้นมานานกว่า ๑๐ ปี จากห้องทดลอง จากอวัยวะบางส่วน ของสัตว์หลายชนิด เป็นสูตรตำหรับลับ ของคุณยาย หรือจากแพทย์ผิวหนัง หรือศัลยกรรมตกแต่ง บางทีทำให้คุณไขว้เขวว่าจะใช้อะไร หรือรับประทานอะไรดี  เช่น อุ้งตีนหมี นอแรด เขากวางหิมะ ทำให้สัตว์เหล่านั้น ต้องตายไปก่อนกำหนดอายุขัย โดยที่คุณไม่ได้รับผลประโยชน์อันใดเลย คุณควรทราบถึงว่า รอยย่นของคุณ ขณะนี้เป็นอย่างไร เมื่อเทียบกับสิ่งที่ควรเป็นจริง ถ้าคุณมีรอยย่นก่อนวัย นั่นเป็นเรื่องที่คุณจะขวยขวายป้องกันและรักษา แต่ถ้าคุณมีรอยย่นช้ากว่าวัย พูดง่าย ๆ ยังสาวเสมอ คุณควรจะดีใจ ถึงอย่างไรก็แล้วแต่ คุณผู้หญิงคงไม่พอใจแน่ ๆ ไม่ว่าจะอายุสักเท่าใด หากยังมีรอยย่นสักนิดบนใบหน้า

การจัดแบ่งความร่วงโรย ที่ควรจะเป็นตามความเหมาะสมของวัย

วัย ๓๐-๓๙ 

- รอยย่นบาง ๆ ทอดยาวตามหน้าผาก รอย ย่นเล็ก ๆ ใต้ขอบตาล่าง และหางตา (เห็น ชัด เวลายิ้ม) และรอยย่นขวางตรงหัวคิ้ว (ชัดเวลาหน้านิ่ว)
- ขี้แมลงวัน ไฝ กระ น้อย ๆ 
- รอยย่นบาง ๆ ที่ร่องแก้มทางยาวจากจมูก จนถึงบริเวณเหนือริมฝีปาก
- ฝ้าชนิดผิวเผินและลึก
- รูขุมขน เห็นชัดกว่าเมื่อวัยสาว

วัย ๔๐-๔๙

- รอยย่นขวางที่ทอดยาวตามหน้าผาก รอยย่น ขวางที่หัวคิ้วชัดมากขึ้น (งานยุ่ง , สามี เลื่อนตำแหน่งให้เป็นหลวง)
- รอยย่นใต้ขอบตาล่าง ตีนกาชัดมากขึ้นโดย ไม่ต้องยิ้ม
- ขี้แมลงวัน และไฝชัดมากขึ้น
- รอยย่นข้างแก้ม และร่องแก้มลึกทอดยาวไป จนจดมุมปาก
- ฝ้าชนิดลึก
- หน้าเริ่มแห้ง
- รูขุมขนใหญ่ และเริ่มเป็นสิวอีกครั้งหนึ่ง
- ติ่งเนื้อขึ้นกระจัดกระจาย เป็นตุ่มเล็ก ๆ สี น้ำตาล ภาวะนี้ที่เรียกวัยเริ่มตกกระ 

วัย ๕๐-๖๔ 

- เหมือนกับวัย ๔๐-๔๙ แต่เพิ่ม
- รอยย่นตามร่องแก้มลึก ทอดยาวไปจนถึง บริเวณใต้มุมปาก
- ฝ้าข้างแก้มเห็นรำไร
- ติ่งเนื้อเม็ดใหญ่ขึ้น สมกับวัยตกกระ

วัย > ๖๕

- ผิวย่นตลอดทั่วหน้า
- ผิวหนังหยาบเหมือนเอามือลูบหิน หรือ ผนังปูน
- ริมฝีปากบาง มีรอยย่นเหนือริมฝีปากบน
- การเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ คล้ายกับวัย ๕๐-๖๔

 ไปยังบนสุดของหน้านี้

การรักษาเมื่อวัย ๓๐-๓๙

ก) รอยย่นใต้ขอบตาล่าง

๑. ครีมถนอมขอบตา ซึ่งมีส่วนผสมของลาโนลินชนิดเยี่ยม กรดฮายอัลยูโรนิก หรือโซเดียมพีซีเอ เป็นต้น ครีมอยู่ในรูปของครีมเหนียว หรือเป็นเจลใสก็ได้

๒. ฉีดใยคอลลาเจนเสริม บริเวณหางตา

ความรู้เรื่องใยคอลลาเจน 
- ถ้าผสมอยู่ในครีม ไม่ช่วยในการขจัดรอยย่น 
- ชนิดฉีดมีหลายรูปแบบ
๒.๑ ชนิดไม่ถาวร
- ชนิดเข้มข้นธรรมดา สกัดจากเนื้อวัวใช้สำหรับรอยย่น และรอยแผลเป็นจากสิวทั่วไป
- ชนิดเข้มข้นสูง ใช้สำหรับรอยย่นลึก ๆ 
สองชนิดนี้เป็นแบบอย่างทนอยู่ได้ ประมาณ ๒-๓ ปี เพราะถูกร่างกายของเรา กลืนกินด้วยเซลส์ป้องกัน 
๒.๒ ชนิดถาวร อยู่ได้นานตลอดไป ทั้งนี้ต้องทดสอบก่อนว่า แพ้ใยคอลลาเจน ของสัตว์หรือไม่ จึงจะฉีดได้
๒.๓ ของตัวเอง โดยตัดเอาผิวหนังของตัวเอง ส่งไปสกัดที่สหรัฐ แล้วบริษัทที่ทำสกัด จะส่งกลับไปให้แพทย์เป็นรูปของเหลวสำหรับฉีด  ข้อดี คือ ไม่ต้องกลัวแพ้เพราะเป็นเนื้อของเราเอง

๓. ใช้ครีมกันแดด ซึ่งมีมากมายหลายชนิดในท้องตลาด แต่ชนิดที่ดีที่สุดมักมีสาร ไตเตเนียมไดอ๊อกไซด์ ชนิดผงละเอียดร่วมกับ สารกลุ่มซินนาเมต และไดมีเทน กันแสงอัลทราไวโอเล็ต ชนิดเอและบีได้
นอกจากนี้ ตัวยาพื้นฐานควรเป็น oil-free คือ ไม่มีไขมัน แต่ตามท้องตลาด มักไม่ใช่ oil-free ทำให้ใช้ไปนาน ๆ เกิดมีสิวขึ้นได้

๔. ครีมบำรุงก่อนนอน ควรเลือกใช้ชนิด oil-free เช่นเดียวกัน สารต่อไปนี้ที่ผสมอยู่ในครีม ที่โฆษณาว่า เป็นครีมขจัดรอยย่นวัยชราต่าง ๆ เช่น- ดีเอนเอ , อีลาสติน , คอลลาเจน , เลซิติน , ไวตามิน อี , อโลเวรา , ฟอสโฟไลปิด , ไลโปโซม แต่มีหลักฐานทางการแพทย์ ว่าไม่ได้ผล สารที่ผสมเป็นแค่บำรุงผิวเท่านั้น เช่น โปรไปลีนไกลคอล , อโลเวอรา , บิวติลินไกลคอล , คลอเรสเตอรอล , ไขมันอื่น ๆ 

ข) การรักษากระ 

ใช้เลเซอร์เท่านั้นที่ได้ผลเกือบ ๑๐๐% เลเซอร์มีหลายแบบ โดยเฉพาะชนิดที่ไม่เป็นแผลเป็น คือ
๑. เอนดี แย้ก
๒. รูบี้
๓. แคนเดลลา
๔. ไดโอด

เลเซอร์พวกนี้ราคาแพงมาก ประมาณ ๓-๖ ล้านบาทต่อเครื่อง เพราะฉะนั้นคุณคงหายสงสัย ว่าทำไมแพทย์จึงคิดแพง ส่วนชนิดสุดท้ายราคาถูกกว่า ส่วนการใช้รักษา ไฝ แพทย์บางคน ใช้เลเซอร์ชนิดคาร์บอนไดอ๊อกไซด ์ซึ่งราคาไม่แพงมากนัก แต่ข้อเสีย มีแผลเป็นได้ วิธีที่ดีกว่าโดยไม่มีแผลเป็น คือการใช้เทคนิคที่เรียกว่า Shave excision ตามด้วยการจี้ด้วยกระแสไฟฟ้า

กรณีที่เป็นฝ้าจุดที่บริเวณโหนกแก้ม คงเกิดจากการใช้รูชสีแดง ทานานๆ ทำให้สารสีแดงนั้น หล่นลงไปใต้ผิว ทำให้สะท้อนแสง ออกมาเป็นสีดำคล้ำ

วิธีรักษา ใช้เลเซอร์ชนิดลึก เช่น เอนดีแย้ก และอเล็กซันไดร้ หรือวิธี Chemodermabrasion

ค) การรักษารอยย่นบนร่องแก้ม ใช้ใยคอลลาเจนฉีดใต้รอยย่น

ง) การรักษาฝ้า ชนิดผิวเผินและชนิดลึก

การรักษาชนิดผิวเผิน ไม่ค่อยมีปัญหา ใช้ยาอะไรก็ได้ตามท้องตลาด ก็ทำให้จาง แต่สารไฮโดรควิโนน ถูกห้ามใช้โดย คณะกรรมการเครื่องสำอาง เนื่องจากก่อปัญหาการแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น เช่น หน้าแดง , หน้าด่าง ก่อให้เกิด สารแปลกปลอมใต้ผิวหนัง จึงได้มีตัวยาใหม่เกิดขึ้นมากมาย

การรักษาฝ้าให้หายเร็ว โดยการให้การลอกหน้า (Chemical peeling) ซึ่งเป็นการช่วย แต่ไม่ใช้การรักษาโดยตรง ถ้าใช้ยาทาฝ้าอย่างเดียว ก็อาจหายได้แต่ใช้เวลานาน

จ) การรักษารูขุมขนที่กว้าง

รูขุมขนที่กว้างเกิดจากตามวัย อาจเป็นการยาก ที่จะขจัดให้หายได้ ด้วยเครื่องสำอางชนิดใด แต่อาจทำให้ดูดีขึ้น โดยการใช้น้ำยากระชับรูขุมขน ตามด้วยสาร AHA ทาตอนเช้า กรดไวตามิน เอ ทาก่อนนอน หรือสารผสม กรดไวตามินเอ กับกรดไกลโคลิก ทาก่อนนอน (Retin-G)

 ไปยังบนสุดของหน้านี้


การรักษาเมื่อวัย ๔๐-๔๙ 

ก) การรักษารอยย่นและตีนกา 

หากคุณรักษา โดยใช้ครีมทาขอบตาที่กล่าวมา แล้วไม่ได้ผล คุณอาจจะใช้สาร ALA  ทาขอบตาหรือ

๑. แพทย์อาจใช้วิธีฉีด สารโปตูลินั่ม เอ เอ้กโสท้อกซิน ฉีดที่ใต้รอยย่น โดยไปทำลายปลายระบบประสาท ที่ทำให้กล้ามเนื้อตึงนั้น หย่อนยานลง คุณที่มีแม้แต่รอยหน้านิ่ว คิ้วขมวด รอยย่นขวางที่หน้าผากก็จะหายไป ในเวลาไม่กี่วัน ในบางคน แพทย์อาจจะเสริมฉีดใยคอลลาเจนให้ ถ้ารอยตีนกาบางแห่งยังไม่หายไป วิธีนี้เป็นวิธีที่ได้ผลดีมาก ในการขจัดรอยตีนกา และรอยย่นต่างๆ

๒. การใช้แสงเลเซอร์ ชนิดพลังนุ่มซึ่งมีหลายชนิด เช่น อัลทราเพ้าส์ , ซิลทัช(ไหม) แฟเซอร์ทัช(ขนนก) และ IPL ซึ่งเป็นชนิดใหม่ล่าสุด โดยการยิงตามขอบรอยย่น เป็นการกระตุ้นทำให้เกิดการสร้าง ใยคอลลาเจนใหม่

ข้อเสียของเลเซอร์ ในคนผิวคล้ำอาจทำให้ผิวบริเวณรอบ ๆ นั้นดำขึ้น แต่จะค่อยๆ จางโดยสารฟอกสี ยกเว้น IPL ซึ่งยิงแล้วเหมือนไม่ได้ยิง

๓. กรดไกลโคลิก ผสมกับกรดไวตามินเอ ทาก่อนนอนทุกคืน ตามด้วยการลอกหน้า เดือนละครั้งโดยใช้สาร TCA วิธีนี้ราคาถูก แต่ได้ผลพอ ๆ กับวิธีข้างบน  เฉพาะในการชลอความชรา

๔. วิธีง่าย ๆ อีกวิธีหนึ่ง คือ ใช้ ฮอร์โมนทาทั่วหน้า ฮอร์โมนนี้เป็นฮอร์โมนเพศหญิง อาจจะสกัดมาจากสัตว์ก็ได้ แต่เป็นยา ไม่ใช่เครื่องสำอาง สำหรับคนหมดประจำเดือนเท่านั้น

ข้อเสีย คืออาจเป็นฝ้า เต้านมอาจคัดตึงได้ ฮอร์โมนนี้จะกระตุ้นการสร้างใยคอลลาเจน ชนิดที่ ๓ และสารอุ้มน้ำ ทำให้รอยตีนกา หายไปภายใน ๖ เดือน ส่วนเครื่องสำอาง ที่มีการโฆษณาว่า สกัดจากรกของสัตว์บางประเภท จะรักษารอยย่นเป็นไปได้หรือไม่ คำตอบ คือว่า สิ่งที่สกัดจากรกของสัตว์ มีฮอร์โมนเพศหญิงจริง แต่ถ้าหากขายเป็นเครื่องสำอาง ต้องเอาฮอร์โมน เหล่านี้ออกให้หมด มิฉะนั้นผิดกฎหมายเครื่องสำอาง ดังนั้นเครื่องสำอาง จึงไม่มีฮอร์โมนเพศหญิง เมื่อเอามาใช ้ก็ไม่เกิดผลประโยชน์อันใด แต่ถ้าเป็นยาฉีดก็ใช้ได้ เพราะว่าจัดเป็นยา แต่ราคาคงไม่กี่ร้อยบาท  

๕. วิธีการใช้กระแสไฟฟ้าสนามแม่เหล็ก เป็นเครื่องมือมีเข็มชนิดเล็กมาก เสียบลึกแค่ผิวหนังกำพร้า ประมาณ ๐.๓ มม. เมื่อปล่อยกระแสไฟฟ้า ผ่านเข้าไปทำให้รอยตีนกา รอยย่น ร่องแก้มหายไปได้ทันที แต่อยู่ไม่คงทน

๖. ฉีดไขมันของตัวเอง เข้าที่บริเวณรอยย่น

ข) การรักษาร่องแก้มที่ลึก

ใช้วิธีฉีดไขมันของตัวเอง วิธีทำ แพทย์จะเจาะเอาไขมันที่บริเวณก้น หรือหน้าท้อง (เป็นการลดไขมันหน้าท้องไปด้วย) ล้างไขมันเอาเลือดออก จากนั้นนำไปฉีดที่ตีนกา ร่องแก้มที่ลึก

วิธีนี้ไม่มีอันตราย เพราะว่าเป็นไขมันของเราเอง ไม่มีการแพ้ และสารที่ล้างไขมัน ก็เป็นพวกแลกเตดที่ร่างกาย ต้องการอยู่แล้ว

ค) การรักษาติ่งเนื้อ 

ถ้าเป็นมากในวัยนี้จึงได้ฉายาว่าวัยตกกระ (เนื้อ) 

วิธีที่ดีที่สุด ถูกที่สุดคือ การใช้เครื่องจี้ไฟฟ้าไม่มีรอยแผลเป็น แพทย์บางคนอาจใช้ คาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์ แต่จ่ายแพงกว่าทำไมทั้ง ๆ ที่มีประสิทธิภาพเท่ากัน

ง) ใบหน้าที่เริ่มแห้ง

ใช้ครีมบำรุงผิว ที่ผสม เช่น โซเดียมพีซีเอ , กรดฮัยอัลยูโรนิก ,เซรามาย และครีมพื้นฐานเป็นชนิด ไร้ไขมัน (oil-free)

จ) การรักษาสิว 

วัยนี้เริ่มเป็นสิวใหม่ ฮอรโมนเพศอาจสูงขึ้น บางคนอาจได้รับการขนานนามว่า วัยกระดังงาลนไฟ วิธีรักษา ก็เหมือนกับวัยหนุ่มสาว เช่น การใช้กรดไวตามิน เอ , กรดซาลิไซลิก , กำมะถัน , เบนซอยเปอรรอกไซด์ , กรดอะเซลลาอิก , ยาฆ่าเชื้อต่าง ๆ รวมทั้งการจี้ด้วย ไนโตรเจนเหลว , น้ำแข็งแห้ง  

ในกรณีที่มีแผลเป็น จากการเป็นสิวนานๆ และหายช้า ใช้วิธีการลอกหน้า เพื่อลบรอยแผลเป็นชนิดตื้น แต่ถ้าคุณมีแผลชนิดบุ๋มลึก อาจใช้วิธีกรอแผลสิว (Microdermabrasion) หรือการขัดหน้า การขัดหน้ามีแบบใหม่ คือการขัดหน้าด้วยสารเคมี (Chemodermabrasion) วิธีนี้ลงลึกกว่าวิธีกรอแผลสิว สามารถขจัดรอยแผลเป็นจากสิวชนิดลึกได้  วิธีนี้การทำไม่ลงลึกตามที่ใดที่หนึ่งเกินไป ไม่เหมือนวิธี ขัดชนิดดั้งเดิมซึ่งอาจทำให้หน้าไม่เรียบ ถ้ามีแผลเป็นนูนหนา ใช้ยาฉีดเสตียรอยด ์หรือสารฆ่ามะเร็งละลาย ตามด้วยการ แปะแผ่นซิลิโคน เป็นเวลา ๒ เดือน

ฉ) การขจัดร่องแก้มที่ลึก 

สามารถทำได้ ๒ วิธี คือ 

๑. การใช้ไขมันตัวเอง ฉีดที่ ใต้ร่องแก้มระดับลึก แล้วตามด้วยฉีดใยคอลลาเจนระดับตื้น
๒. สารเสริมแต่งเป็นพวก โปลีเตตราฟลูออโรเอธธีลิน เป็นสารที่ไม่เป็นอันตราย ไม่เหมือนสารซิลิโคน

ช) การรักษาฝ้าชนิดลึก

ใช้วิธีการลอกหน้าชนิดลึกปานกลาง โดยใช้น้ำยาเจสเนอ ร่วมกับสารลอกหน้ามาตรฐาน ส่วนยาทาฝ้า ปัจจุบันสารไฮโดรควีโนน จะเลิกใช้แล้ว ได้มีการผลิตครีมฝ้าใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย แต่ราคาคงจะแพงขึ้นกว่าเดิม ข้อดี คือหน้าไม่แดง และไม่มีอันตรายเหมือนยาสูตรเก่า

 ไปยังบนสุดของหน้านี้


การรักษาเมื่อวัย ๕๐-๖๔ 

การรักษาเหมือนเมื่อวัย ๔๐-๔๙ 

การรักษาเมื่อวัย ๖๕ 

ก) หรือบางคน ผิวย่นตลอดทั้งหน้า แม้คุณอายุเพียง ๕๕ ก่อนถึงวัยที่ควรจะเป็น ใบไม้ยังเปลี่ยนสีได้ ทำไมหน้าคุณจึงเปลี่ยนไม่ได้

การรักษา
๑. ใช้วิธีการปรับเปลี่ยนผิวหน้าใหม่โดยวิธีเลเซอร์ คือใช้ด้วยคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ ชนิดไม่เป็นแผลเป็น ยิงทั่วใบหน้า (อัลทราเพ้าส์ , ซิลด์ทัซ , แฟเซอรทัช เออเบียมแย้ก และIPL)
๒. กรอหน้าโดยวิธี Microdermabrasion
๓. วิธีลอกหน้าชนิดลึกปานกลาง โดยใช้สารบลูพีล และสารมาตรฐาน ส่วนสาร เอเอสเอ นั้นอ่อนไป

ข) การรักษารอยย่นเหนือริมผีปาก ใช้การลอกหน้าชนิดลึกสุด แต่ไม่เหมาะกับคนไทย เพราะผิวคล้ำทำให้เกิดมีรอยดำ ใช้สำหรับคนผิวขาวเท่านั้น ควรใช้สาร ALA

ค) การรักษาริมฝีปากบางให้ดูอิ่มเอิบ หนาขึ้น และมีร่องเหนือริมฝีเปากเหมือนวัยสาว โดยใช้ไขมันตัวเอง และสารโปลีเตดตราฟลูออโร เอธธีลีน ฉีดหรือใส่ใต้ผิว หรือใช้สารไร้เซลล์

วิธีป้องกันผิวย่นตลอดทั่วหน้า ก่อนถึงวัยที่ควรเป็น 

ดังที่กล่าวมาแล้วว่า เครื่องสำอางที่อ้างว่า ชลอความชรานั้น (Anti-aging) คงไม่ผลเท่าที่ควร ทำอย่างไร เราจึงป้องกันผิวหน้าทั่วไป ไม่ให้แก่เร็ว

๑. ตอนเช้าใช้ครีมกันแสงอัลทราไวโอเล็ต ซึ่งสามารถกันแสงอัลทรา เอ ได้เกินกว่า ๑๕ เท่า (SPF มากกว่า ๑๕) ติดไว้ที่ฉลาก แต่เวลาวัด มักจะเหลือเพียงครึ่งเดียว คือ ๘  ดังนั้นควรเลือกใช้ ที่เกินกว่า ๒๕ เมื่อเร็วๆนี้ พบกรดแอสคอบิก สามารถชลอความชรา อย่างมีประสิทธิภาพ อาจทาตอนเช้า 

๒. ใช้ครีม กรดไวตามิน เอ ผสมกรดไกลโคลิก ทาก่อนนอน (Retin-G) ถ้ามีการระคายเคืองใช้ (oil-free moisturiser) สลับก่อนนอน คืนเว้นคืน อาจจะทดลองใช้กรดไวตามินเอ เพียงอย่างเดียวก็พอได้ผล แต่ยังไม่ดีเท่ากับ การใช้ตัวยาสองชนิด กรดไวตามินเอนั้น มีจำหน่ายในร้านขายยา และคลีนิคแพทย์ โรงพยาบาลเท่านั้น คือเป็นยา ไม่ใช่เครื่องสำอาง ส่วนสารผสมไม่มีจำหน่ายทั่วไป คุณต้องปรึกษาแพทย์ผิวหนัง

๓. การทำ Chemical peeling ลอกหน้าที่คลีนิคผิวหนัง เดือนละ ๑ ครั้ง หรือ ๒ เดือน ๑ ครั้ง สารลอกหน้าบลูพีล ที่ให้ประสิทธิภาพดีกว่ากรด AHA  และสาร TCA เป็นสารตัวเดียว ที่ก่อให้เกิดการสร้างใยคอลลาเจนใหม่แน่นอน ส่วนสารอื่น ๆ อาจทำให้เกิดการสร้าง ใยใหม่นั้นไม่แน่นอน บางคนว่าลอกหน้าแล้ว ทำให้หน้าบาง แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น การลอกหน้า ความรู้สึกของคุณบอกว่าเช่นนั้น เพราะผิวหน้าเรียบขึ้น และระคายง่าย เพราะผิวหน้าบาง แต่หลังจากนั้น ๒-๓ สัปดาห์ จะมีการสร้างใยคอลลาเจนใหม่ ดังนั้น หน้าคุณจะหนาขึ้นกว่าเดิมแน่นอน มีน้ำมีนวลมากขึ้น และหนังกำพร้าหนาขึ้น

สารตัวอื่น ๆ ที่อาจทำให้ชลอความชรา เป็น ครีมทา เช่น

๑. กลุ่มกรดไวตามินซีอื่นๆ  แต่ในสภาวะครีมปกต ิไวตามินซีจะสลายตัว ทำให้ไม่ออกฤทธิ์ แต่ด้วยเทคโนโลยี่ใหม่ ไม่สลายตัวอีกต่อไป

๒. ไวตามินเค กำลังอยู่ในช่วงการทดลอง ส่วนไวตามินอีนั้นไม่ได้ผล

๓. สารแอนติอ๊อกซิแดนท์อื่น ๆ นั้นกำลังอยู่ในขั้นทดลอง แต่มีผสมอยู่ในเครื่องสำอางทั่วไป คือ ผสมขายก่อนพิสูจน์ว่าได้ผล สาร ALA พิสูจน์แล้วว่าได้ผล

๔. สารจากเซลส์เพาะเลี้ยง หรือจากรก(ถ้าไม่ใช้ยา) ยังไม่มีการพิสูจน์ให้เห็นจริง

ยารับประทาน

๑. ยาที่ช่วยป้องกันแสง เช่น เบต้าแครอตีนในมะละกอ , แครอต

๒. ยาแอนติอ๊อกซิแดนท์ เช่น ไวตามินซี , ไวตามินอี กำลังพิสูจน์ประสิทธิภาพมาหลายปี ใช้ตัวใดตัวหนึ่งไม่ค่อยได้ผล ต้องใช้ร่วมกัน

๓. ยาเรตินอยด์ ทำให้ผิวสวย แต่ยานี้ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ผิวหนังใกล้ชิด

๔. ฮอร์โมน ไม่ว่าจะสกัดจากรกหรือสังเคราะห์ เมื่อคุณหมดวัยประจำเดือน จะทำให้ผิวหน้า , หน้าอกเต่งตึงขึ้นมาได้ ข้อเสีย คือระวังเป็นฝ้า

ส่วนยา เช่น เมลาโทนิน (สหรัฐอเมริกาจัดเป็นอาหารเสริม) เป็นยาปรับเวลานอน เมื่อเดินทางไปต่างประเทศ ถ้าคุณได้นอนหลับดี ใบหน้าของคุณจะดูดี แต่ไม่ช่วยชลอความชรา หรือกระตุ้นพลังเพศดังที่มีข่าว ส่วนยาอื่น ๆ ที่คุณเคยได้ยินหรือได้อ่าน ไม่มีการพยายามพิสูจน์ใดๆ ทางการแพทย์ว่าได้ผล สาเหตุเพราะถ้าพยายาม พิสูจน์คงจะได้ คำตอบว่าได้ผลพอ ๆ กับยาหลอก อาจจะเหมาะสำหรับคุณที่มีเงินเหลือเฟือ คงไม่เหมาะในยุค ไอเอมเอฟ

นอกจากนี้ คุณต้องหลีกเลี่ยงสภาวะที่ทำให้เกิดรอยย่น เช่น

๑. บรรยากาศ ที่อยู่อาศัย หลีกเลี่ยงสภาวะที่มีฝุ่นละออง และควันพิษ เช่น เมืองใหญ่ ควรอยู่แถวชานเมือง และชายทะเล

๒. งดดื่มสุรา เบียร์ของมึนเมา แต่อาจดื่มไวน์วันละ ๑-๒ แก้ว เพื่อบำรุงสุขภาพ

๓. หลีกเลี่ยงการงาน ที่ทำให้เกิดความเครียด

๔. งดสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นสาเหตุของรอยตีนกา ที่สำคัญอย่าอยู่ในบริเวณที่แออัด ถึงแม้คุณไม่สูบบุหรี่ เช่น ผับ ไนท์คลับ ซึ่งคุณจะสูดเอาควันบุหรี่ที่คนอื่น พ่นทิ้งไว้ คุณก็เหมือนกับสูบบุหรี่เช่นเดียวกัน

และคุณควร เลือกอาหารที่มีประโยชน์ ต่อผิวพรรณ เช่น ผัก ผลไม้ ซึ่งมีแร่ธาตุ ไวตามินต่าง ๆ แล้วคุณจะมีผิวพรรณ ดั่งใจคุณปรารถนา

 ไปยังบนสุดของหน้านี้


copyright©2000-2,Thaicosderm.org, All rights reserved
disclaimer
http://www.thaicosderm.org
webmaster@thaicosderm.org