(close this window to go back to Thaicosderm)

การลอกผิวหน้าโดยใช้แสงเลเซอร์ (laser resurfacing)
สุหัทยา อังสุวรังษี

 

การลอกผิวหน้าโดยใช้แสงเลเซอร์คืออะไร

การรักษาโดยใช้เลเซอร์ (LASER= Light Amplification by the Stimulated Emission of Radiation) เป็นการใช้พลังงาน จากแสงที่มีความยาวคลื่นจำเพาะ ที่สามารถถูกดูดซับโดยเซลล์เป้าหมาย ทำให้เกิดปฏิกิริยาขึ้นเฉพาะในเซลล์นั้นๆ โดยมีผลต่อเซลล์ข้างเคียงน้อยมาก 

เลเซอร์ที่นำมาใช้ในการรักษาโรคทางผิวหนัง มีหลายชนิด (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมใน การใช้แสงเลเซอร์ในการรักษาโรคผิวหนัง) ที่นำมาใช้ในการลอกผิวหน้า ได้แก่ carbondioxide laser และ urbium YAG laser   เมื่อแสงเลเซอร์กระทบเซลล์ผิวหนัง น้ำซึ่งอยู่ภายในเซลล์จะเป็นเป้าหมายที่รับพลังงานแสงไว้ และจะมีการเปลี่ยนแปลงพลังงานที่ได้รับเป็นความร้อน พลังงานที่เหมาะสมจะทำให้น้ำในเซลล์ระเหย และมีการหลุดลอกของเซลล์ออกไป โดยไม่มีผลต่อเซลล์ข้างเคียง หรือมีน้อยมาก

การใช้เลเซอร์ในการลอกผิวหน้ามี ีข้อดีกว่าการลอกหน้าโดยใช้วิธีอื่น คือ สามารถควบคุมความลึกของการลอกผิวได้ดี เนื่องจากมีการพัฒนาเครื่องเลเซอร์ให้สามารถปล่อย พลังงานสูงๆ ในระยะเวลาสั้นๆ (Ultrapulse) และยังมีการผลิต CPG (Computerized Pattern Generator) และการใช้ scannerในการควบคุมการปล่อยลำแสงเลเซอร์  ทำให้เซลล์ผิวหนังหลุดลอกเพียงชั้นตื้นๆ   

การใช้เลเซอร์ชนิด carbondioxide laser ยังมีข้อดีที่มีเลือดออกน้อย ทำให้แพทย์สามารถเห็นบริเวณที่จะทำการรักษาได้ชัดเจนขึ้น  และพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงในชั้นหนังแท้ คือเนื้อเยื่อคอลลาเจนในชั้นหนังแท้เพิ่มปริมาณขึ้น และมีการเรียงตัวที่เป็นระเบียบมากขึ้น แต่ในคนที่สีผิวเข้ม อย่างผิวคนไทย หรือคนเอเชียทั่วไป มักพบปัญหามีสีผิวคล้ำ(postinflammatory hyperpigmentation) หลังการรักษาได้บ่อย   

การใช้เลเซอร์ชนิด urbium YAG พบว่าแผลหายเร็วขึ้น และพบปัญหาสีผิวคล้ำน้อยลง  ระยะหลังได้มีการพยายามทำการรักษาริ้วรอยบนใบหน้าโดยใช้ non-abrative laser resurfacing เพื่อหวังผลกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของชั้นคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ โดยไม่ทำให้เกิดแผลในผิวหนังชั้นบน แต่คงต้องติดตามการศึกษาต่อไปว่าจะได้ผลดีหรือไม่

การลอกผิวหน้าโดยใช้แสงเลเซอร์ ใช้รักษาอะไรได้บ้าง

- รักษาริ้วรอยย่นบนใบหน้า (wrinkle)

- รักษาแผลเป็นจากสิว (pitted acne scar, depressed acne scar) ทำให้เรียบสม่ำเสมอขึ้น

- แต่งแผลเป็นจากสาเหตุอื่น เช่น แผลเป็นจากสุกใส แผลเป็นจากอุบัติเหตุ ช่วยให้เรียบขึ้น

- รักษาผิวหนังย่นบริเวณใต้ตา ช่วยให้กระชับขึ้น 

- ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลง เนื่องจากหลังการหายของแผล ผิวหนังใหม่ที่สร้างขึ้นมาทดแทน จะแน่นกระชับขึ้น มีสีผิวที่สม่ำเสมอกว่าเดิม

 ไปยังบนสุดของหน้านี้

ข้อควรคำนึงก่อนรับการรักษา

แจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า ถ้า

 - เคยมีการติดเชื้อเริมมาก่อน

 - เวลามีแผลแล้วหายช้า หรือหายโดยเป็นแผลเป็น หรือ คีลอยด์

- เคยรับประทานยาในกลุ่มกรดวิตะมินเอ ภายในระยะเวลา ๑ ปี

- เคยรับการผ่าตัดบริเวณใบหน้า เช่น ดึงหน้า ผ่าตัดบริเวณเปลือกตา กรอหน้า(dermabrasion)

- มีประวัติการแพ้ยา โดยเฉพาะยาชา ยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวด

โดยทั่วไป จะมีแผลอยู่ประมาณ ๑ สัปดาห์ หลังจากนั้นมักสามารถกลับไปทำงาน และใช้ชีวิตตามปกติได้

หลังการรักษาต้องสามารถหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดได้ และสามารถใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ

หลังการรักษามีโอกาสที่จะเกิดสีผิวคล้ำขึ้น ซึ่งพบได้บ่อย และจะค่อยๆจางลงได้ ในเวลาประมาณ ๓-๖ เดือน

ภาวะบางอย่างอาจไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการลอกหน้าเพียงอย่างเดียว เช่น ร่องลึกบนใบหน้าที่เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อ ที่แสดงสีหน้า ผิวหน้าที่ย่นมากๆ  แผลเป็นที่ลึกมาก เป็นต้น นอกจากนั้นควรเข้าใจว่าผลการรักษาเพียงช่วยทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม แต่ไม่ได้ผลเต็ม ๑๐๐ % และอาจต้องทำการรักษาหลายครั้ง  จึงควรปรึกษาแพทย์ให้เข้าใจตรงกันถึงผลการรักษา 

การดูแลแผลหลังการทำการลอกผิวหน้าโดยใช้แสงเลเซอร์

การลอกผิวหน้าโดยใช้แสงเลเซอร์ จะทำให้เกิดแผลคล้ายแผลถลอก ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ ๔-๑๐ วัน กว่าแผลจะหายดี ระหว่างนั้น อาจมีการบวมของผิวหนัง มีน้ำเหลืองซึมหรือมีสะเก็ดบริเวณที่ทำได้  พยายามดูแลแผล อย่าปล่อยให้แผลแห้ง คอยทายาตามที่แพทย์แนะนำ ให้บริเวณแผลชุ่มชื้นอยู่ตลอดจนกว่าแผลจะมีผิวหนังมาปกคลุมโดยตลอด

อย่าแกะเกา หรือขัดถูผิวหนังบริเวณที่ได้รับการรักษา อาจทำให้แผลหายช้า หรือมีการอักเสบติดเชื้อ แทรกซ้อนได้

ไม่ควรใช้เครื่องสำอางค์บริเวณที่ทำการรักษา จนกว่าแผลจะหายดี แห้งและไม่มีสะเก็ด โดยทั่วไปจะประมาณ ๑ สัปดาห์

เมื่อแผลแห้งดี และไม่มีสะเก็ดแล้ว สามารถแต่งหน้าและใช้เครื่องสำอางค์ได้ แต่ควรระวังว่า ผิวหนังในช่วงนี้ยังไวต่อสิ่งที่มาสัมผัสมากกว่าภาวะปกติ ควรเลือกใช้เครื่องสำอางค์ หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดการแพ้(hypo-allergic)

ระหว่างการหายของแผล อาจเกิดการอุดตันของรูขุมขน หรือต่อมเหงื่อได้ง่าย การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กับใบหน้า ควรเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่อาจทำให้เกิดการอุดตัน

หลังทำการลอกผิวหน้า ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด โดยเฉพาะในช่วง ๑๐ โมงเช้า ถึง ๓ โมงเย็น  หลังจากแผลหายดีแล้วควรใช้ครีมกันแดด เป็นประจำ ถ้ามีโอกาสจะต้องสัมผัสกับแสงแดด

 

ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้หลังการลอกผิวหน้าโดยใช้แสงเลเซอร์

๑. อาการแดงของผิวหนังบริเวณที่ทำการรักษา (erythema)  พบได้เป็นภาวะปกติหลังทำ มักจะแดงอยู่ประมาณ ๒-๓ เดือน สามารถใช้การแต่งหน้า หรือรองพื้นช่วยได้

๒. สีผิวคล้ำขึ้น (hyperpigmentation) พบได้บ่อยมากในคนที่มีสีผิวคล้ำอยู่แล้ว แต่ในคนที่สีผิวขาวบางรายก็พบว่ามีสีผิวคล้ำได้เช่นกัน โดยทั่วไปสีที่คล้ำขึ้นจะจางลงได้ อาจใช้เวลาหลายเดือน แต่แพทย์สามารถให้ยาทาบางชนิดเพื่อช่วยลดการทำงานของเม็ดสี การเลี่ยงแสงแดด และใช้ครีมกันแดดที่มี SPF15 เป็นอย่างน้อยในวันที่ต้องออกไปกลางแดด จะช่วยให้ปัญหาของสีผิวคล้ำลดลง

๓. การกำเริบของเชื้อเริม บริเวณแผล พบได้ในรายที่มีประวัติเคยมีการติดเชื้อเริมมาก่อน ถ้าบริเวณแผลมีอาการแดง หรือเป็นแผลถลอก ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพราะอาจเป็นอาการแสดงของการติดเชื้อเริมได้

๔. การอักเสบของแผลจากเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อรา ถ้าดูแลแผลถูกต้องจะพบปัญหานี้น้อยมาก แต่ถ้าเกิดขึ้น อาจทำให้มีแผลเป็นตามมาในภายหลัง  ถ้าพบว่าบริเวณแผลมีอาการแดง หรือคันผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์

๕. การเกิดแผลเป็น พบได้น้อยมาก มักพบในรายที่มีการอักเสบติดเชื้อของแผล จากการดูแลแผลไม่ถูกต้อง หรือในรายที่ได้ยารับประทานในกลุ่มกรดวิตะมินเอมาก่อน ภายในเวลา ๑ ปีก่อนการรักษา หรือในผู้รับการรักษาบางรายที่เกิดแผลเป็น หรือคีลอยด์ได้ง่าย

 ไปยังบนสุดของหน้านี้


copyright©2000-2,Thaicosderm.org, All rights reserved
disclaimer
http://www.thaicosderm.org
webmaster@thaicosderm.org