(close this window to go back to thaicosderm)

  เทคโนโลยีใหม่ในการรักษาผิวพรรณ

พญ.นันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ

 

1.Microdermabrasion

2.การกำจัดขนถาวรด้วยเลเซอร์

3.Plasmalite Photorejuvenation


1.Microdermabrasion(การผลัดเซลล์ผิวหนังด้วยเกร็ดอัญมณี)

โดยปกติขบวนการผลัดเซลล์ของผิวหนัง เกิดขึ้นตามธรรมชาติตลอดเวลา ในคนที่อายุมากขึ้น ขบวนการผลัดเซลล์ผิวหนังจะช้าลง ในปัจจุบัน จึงมีเทคโนโลยีมากมายหลายประเภท ที่สามารถช่วยให้การผลัดเซลล์ของผิวหนัง เกิดขึ้นรวดเร็วขึ้น เช่น การผลัดเซลล์ด้วยกรดผลไม้ การลอกหน้าด้วยสารเคมี การกรอหน้าด้วยเลเซอร์ชนิดต่างๆ ซึ่งทำให้ผิวหนังหลุดออกไป และกระตุ้นให้มีการสร้างผิวหนังใหม่ ขึ้นมาทดแทน เทคโนโลยีแต่ละชนิด ก่อให้เกิดการลอกของผิวหนัง ตื้นลึกไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับ จุดประสงค์ของการรักษาในแต่ละบุคคล

Microdermabrasion เป็นวิธีการผลัดเซลล์ผิว ที่เป็นที่นิยมกันค่อนข้างมาก เนื่องจากสามารถผลัดเซลล์ผิวหนังได้ ในลักษณะการกรอแบบนุ่มนวล สามารถปรับระดับการกรอ ให้ลึกหรือตื้นตามที่ต้องการได้ ด้วยผลึกเล็กละเอียดของผงคริสตัล หลังการรักษาผิวหนังอาจมีรอยแดงเล็กน้อย อยู่ประมาณ 12-24 ชั่วโมง แต่ก็สามารถทาเครื่องสำอางค์ และไปทำงานได้ตามปกติ โดยพยายามเลี่ยงแสงแดดจัด และใช้ครีมกันแดดใน 1-2 วันแรกหลังรักษา

ประโยชน์ของการทำ Microdermabrasion

  1. สำหรับผิวที่เป็นสิว จะทำให้สิวอุดตันรวมทั้งสิวอักเสบ หายเร็วขึ้น และการกลับมาเป็นใหม่น้อยลง รวมทั้งโอกาสที่จะเกิดแผลเป็น หลังการเกิดสิวก็น้อยลง หลังทำได้ 3-5 ครั้ง จะเห็นว่าสิวจะน้อยลงค่อนข้างชัดเจน

  2. สำหรับผิวที่เป็นแผลเป็น แผลเป็นจะตื้นขึ้น อย่างเห็นได้ชัด หลังการรักษาเพียง 5-15 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความตี้นลึกของแผลเป็น การทำ microdermabrasion มีข้อดีกว่าการกรอด้วยเลเซอร์ คือผิวหนังจะไม่มีรอยไหม้ดำหลังการรักษา ผู้ที่ได้รับการรักษา จะสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

  3. สำหรับผิวที่มีรูขุมขนกว้าง หลังการรักษา 3-5 ครั้ง รูขุมขนจะกระชับขึ้น ผิวหน้าเรียบเนียนและตึงขึ้น

  4. สำหรับผิวที่เป็น ฝ้า กระ จุดด่างดำ การกรอแบบนี้จะนุ่มนวล และสามารถทำให้รอยดำจางลงได้ หลังการรักษาประมาณ 5-10 ครั้ง ซึ่งประสิทธิภาพ จะสูงกว่าการลอกหน้าด้วยกรดผลไม้

  5. ผิวหนังแตกลาย การทำ microdermabrasion จะทำให้รอยแตกลายลดลง ผิวหนังตึงและกระชับขึ้น ผลการรักษาเพียง 5-10 ครั้ง

  6. ผิวหนังที่มีริ้วรอยจากการเสื่อมถอยของอายุ ริ้วรอยหลังการรักษาจะกระชับตึงขึ้น ใบหน้านุ่มนวลขึ้น หลังการรักษาทันที

2.การกำจัดขนถาวรด้วยเลเซอร์

ในสมัยก่อน การกำจัดขนสามารถกระทำได้ โดยการถอน การโกน การใช้ครีม หรือ wax ซึ่งเป็นการกำจัดขนที่ไม่ถาวร ส่วนการถอนที่ถาวร มักกระทำโดยเครื่องมืออิเลคโทรไลสิส (Electrolysis) ซึ่งใช้เวลานาน เนื่องจากต้องกำจดขนทีละเส้น สร้างความเจ็บปวดให้เราไม่ใช่น้อย แต่ในปัจจุบัน คนที่มีขนดกทั้งหลาย พร้อมรับแฟชั่นได้ทุกรูปแบบ โดยปราศจากขนอันไม่พึงปรารถนามารบกวนผิว เนื่องจากได้มีการพัฒนา นำเลเซอร์มาช่วยในการกำจัดขน ซึ่งสามารถทำลายขน ที่คุณไม่ต้องการ ได้คราวละจำนวนมากๆ ในเวลาไม่นาน และไม่สร้างความเจ็บปวดให้อีกต่อไป

การกำจัดขนด้วยเลเซอร์ เป็นที่นิยมกันมาก เนื่องจากทำได้ง่าย และไม่เจ็บปวด และสามารถใช้ได้กับทุกเพศทุกวัย ทุกตำแหน่งที่มีขน และในจุดที่เราต้องการจะกำจัด โดยเริ่มจากการโกนขน บริเวณที่ต้องการจะยิงเลเซอร์เข้าไป อาจใช้เวลา ตั้งแต่ 5-30 นาที แล้วแต่ความกว้างของบริเวณที่ต้องการจะทำ หลังจากทำแล้วผิวหนังบริเวณนั้นจะเป็นปกติ สามารถอาบน้ำ และทาครีมบำรุงได้ตามปกติ แต่มีข้อแนะนำว่า ไม่ควรโดนแดดประมาณ 2-3 วัน เพราะจะทำให้ผิวหนังบริเวณนั้น มีสีเข้มขึ้นได้

เนื่องจากขนของคนเรามีอยู่จำนวนมาก และขนจะอยู่ในช่วงการเจริญเติบโตแตกต่างกัน บางเส้นอาจอยู่ในช่วงที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว พร้อมจะหลุดร่วงออกไป บางเส้นอยู่ในช่วยระยะเวลาฟักตัว แต่แสงเลเซอร์ จะทำลายที่กำลังเจริญเติบโตเท่านั้น ดังนั้น การกำจัดขนด้วยเลเซอร์ จึงต้องทำอย่างน้อย 3-5 ครั้ง เพื่อให้สามารถกำจัดขนได้หมด นอกจากนี้ อาจจะมีส่วนหนึ่ง ที่สามารถกลับขึ้นมาใหม่ หลังทำเลเซอร์ได้ แต่ก็เป็นส่วนน้อย และ การกลับมาของขนนั้นจะบางลง และกลับมาได้ช้าลง ซึ่งต่างกับการโกนขน หรือการกำจัดขนโดยวิธีอื่น ซึ่งขนที่กลับมาใหม่ มักจะดำขึ้น เส้นใหญ่ขึ้น และกลับมาเร็วขึ้น

3.Plasmalite Photorejuvenation (การทำให้หน้าตึงโดยใช้แสง)

เป็นที่ทราบกันมาช้านานแล้วว่า พลังงานแสง เป็นพลังงานที่มีประโยชน์ต่อมนุษย์ วงการแพทย์ ได้มีการนำพลังงานแสง มารักษาโรคต่างๆ และเป็นพลังงานที่ช่วยกระตุ้น การซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ทำให้แผลหรือการอักเสบต่างๆ หายได้เร็วขึ้น เลเซอร์ก็เป็นพลังงานแสงประเภทหนึ่ง ซึ่งมีประโยชน์มาก และสามารถนำมาใช้รักษา ปัญหาต่างๆ ของผิวพรรณได้ เช่น แผลเป็น ริ้วรอยเหี่ยวย่น ไฝ ติ่งเนื้อ ฝ้า และจุดด่างดำ รวมถึงเส้นเลือดฝอย ซึ่งประสิทธิภาพในการรักษาค่อนข้างสูง ขึ้นอยู่กับชนิดของเลเซอร์ แต่เลเซอร์ ก็มีข้อเสีย คือผิวหนังหลังการรักษาจะเกิดเป็นแผล และจะมีรอยดำตามมา ซึ่งกว่าที่ผิวหนังจะกลับมาเป็นปกติ อาจให้เวลา 3-4 เดือน Plasmalite หรือที่เรียกว่า เลเซอร์เย็น เป็นเทคโนโลยี ที่ใช้พลังงานแสงความเข้มข้นสูง ซึ่งพลังงานแสงนี้ จะสามารถทะลุผ่านผิวหนังชั้นบน ลงไปใต้ผิวหนัง และกระตุ้นให้มีการสร้าง ของคอลลาเจน และอีลาสตินใต้ผิวหนังเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ส่วนของเส้นเลือดฝอย และเซลล์เม็ดสี ที่ปรากฏเป็นจุดด่างดำบนผิวหนัง ก็จะถูกทำลายไปในระหว่างการรักษา หลังการรักษาผิวหนังจะเต่งตึง กระชับ และนุ่มนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และสามารถใช้เครื่องสำอางค์ และกลับไปทำงานตามปกติหลังการรักษา ซึ่งต่างกับการรักษาโดยใช้เลเซอร์ประเภทอื่น ซึ่งก่อให้เกิดแผลและรอยดำ

ประโยชน์ของการรักษา

  1. สำหรับผิวที่เสื่อมสภาพ จากวัยและแสงแดด จะเห็นว่าผิวหนังจะเริ่มมีริ้วรอย และสีผิวที่เปลี่ยนไป จากจุดด่างดำ และเส้นเลือดขยายที่เพิ่มมากขึ้นตามวัย หลังการรักษาด้วย Plasmalite เพียง 2-3 ครั้ง จะเห็นว่าจุดด่างดำ รวมทั้งเส้นเลือดต่างๆ จะลดลงอย่างชัดเจน ผิวหนังจะเรียบเนียน กระชับและเต่งตึงขึ้น
  2. ผิวหนังที่เป็นรอยแดง และดำจากสิว หลังการรักษาเพียง 2-3 ครั้ง แผลเป็น รอยแดงและรอยดำ จะลดลงอย่างรวดเร็ว รวมทั้งแผลเป็นที่เป็นหลุมตื้น ก็จะดีขึ้นด้วย
  3. ผิวหนังที่มีรูขุมขนกว้าง หลังการรักษาเพียง 2-3 ครั้ง รูขุมขนจะกระชับขึ้น ผิวพรรณเต่งตึงขึ้น และขาวเนียนขึ้น
  4. ผิวหนัง ฝ้า กระ จุดด่างดำ หลังการรักษาด้วย Plasmalite จุดดำที่อยู่ตื้นๆ จะหลุดลอกออกภายใน 2-3 วัน ส่วนรอยดำที่อยู่ลึกลงไปจะดีขึ้น หลังการทำ ประมาณ 4-5 ครั้ง

จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยี ที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างจะมีประสิทธิภาพ ในการรักษาผิวพรรณ ให้คงสภาพ กระชับ เต่งตึง ขาว เนียน นุ่ม ตลอดไป แต่อย่างไรก็ตาม การรักษาไม่ว่าจะเป็นวิธีใด ย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ประสิทธิภาพก็แตกต่างกันไป ตามคุณภาพของเครื่องมือ และขบวนการรักษา ก่อนการตัดสินใจเลือกรับการรักษา ควรปรึกษาผู้ที่มีความชำนาญ รวมถึงเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ เพราะหากใช้ไม่ถูกต้อง อาจไม่ได้ประโยชน์ และอาจเกิดผลเสียตามมาได้

ไปยังบนสุดของหน้านี้


copyright©2000-2,Thaicosderm.org, All rights reserved
disclaimer
http://www.thaicosderm.org
webmaster@thaicosderm.org