|
ความรู้เกี่ยวกับเลเซอร์และแสงปรับสภาพผิวโดยไม่เกิดแผล
(Nonablative laser and light source)
น.พ. พิชญ สมบูรณสิน
ปัญหาริ้วรอยบนผิวหนัง ทั้งที่เกิดจากวัยที่เพิ่มขึ้น
การบาดเจ็บ
หรือหลังจากการอักเสบของผิว
เช่น สิว หรือ อีสุกอีใส
ทำให้เกิดสูญเสียคอลลาเจนในบริเวณนั้นไป
ทำให้เกิดร่อง
หรือหลุมที่ไม่ต้องการ
บนผิวหนังได้ การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ทำได้หลายวิธี
การทายาได้ผลในรอยที่เป็นไม่มาก
แต่ใช้เวลานานในการเห็นผล
การฉีดคอลลาเจน
หรือสารสังเคราะห์
ต้องทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญ
ได้ผลดีในริ้วรอยหรือหลุมลึก
แต่อยู่ได้ระยะหนึ่ง
ตามชนิดของสารที่ฉีด
การกรอผิวออกไปด้วยเครื่องกรอหรือเลเซอร์
เป็นวิธีที่ได้ผลที่สุด
เพราะจะมีการสร้างชั้นผิว
และคอลลาเจนขึ้นมาใหม่
ทำให้ดูเรียบเนียนขึ้น แต่หลังการรักษา
จะต้องดูแลรักษาแผล
ประมาณ 7-10 วัน
และมีสีผิวไม่สม่ำเสมอไปอีกหลายเดือน
โดยเฉพาะในคนเอเชีย
และคนที่มีผิวคล้ำ
ปัจจุบัน
ได้มีเครื่องมืออีกกลุ่มหนึ่ง
ซึ่งเป็นทางเลือกในการรักษาปัญหาริ้วรอย
โดยมีไม่มีความเจ็บปวด
หรือเจ็บน้อย
และไม่มีแผลหลังการรักษา
สามารถกลับไปประกอบกิจวัตรประจำวันได้ทันที
เครื่องมือกลุ่มนี้
จะเป็นแสงหรือเลเซอร์
ที่มีค่าความยาวคลื่นที่จำเพาะต่อเป้าหมาย
ในผิวชั้นลึก
โดยไม่ทำอันตรายต่อผิวชั้นบน
เมื่อให้ค่าพลังงานที่เหมาะสม
และมีเครื่องมือให้ความเย็น
ปกป้องผิวชั้นบน
แสงจะลงไปกระตุ้น
ให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่
ในผิวชั้นล่าง ทีละน้อย
เมื่อทำการรักษาอย่างต่อเนื่องกัน
จะพบว่า ริ้วรอยหรือหลุม
จะค่อยๆ ตื้นขึ้น
หรือหายไป
ในกรณีที่มีปัญหาริ้วรอยมีไม่มากนัก
ข้อดีของเลเซอร์หรือแสงปรับสภาพผิวแบบไม่มีแผล
-
ไม่มีช่วงพักรักษาตัว
สามารถทำกิจกรรมต่างๆ
ได้ทันทีหลังการรักษา
-
ไม่เจ็บปวด หรือเจ็บน้อย ไม่ต้องฉีดยาชาก่อนทำ
-
สามารถทำได้ทุกสีผิว ไม่มีข้อจำกัดเหมือนการลอกผิวที่ได้ผลดีในคนผิวขาว
-
ไม่มีความเสี่ยงเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ รอยแผลเป็น แผลอักเสบหลังการรักษา
ข้อเสีย
-
ประสิทธิภาพในแง่ของการรักษารอย
และหลุม
ไม่ดีเท่าการกรอผิวด้วยเลเซอร์
หรือเครื่องกรอระดับลึก (ถ้าไม่นับเรื่องการเกิดแผล
และผลข้างเคียง)
-
ต้องมารับการรักษาต่อเนื่อง
ประมาณ 4-6 ครั้ง ถึงจะเห็นผลชัดเจน
-
ได้ผลดีในริ้วรอยที่เป็นไม่รุนแรง หรือไม่ลึกมาก
การรักษาด้วยเลเซอร์และแสงแบบไม่มีแผล
ถ้าจะให้ได้ผลดีนั้น
ควรมีการรักษาแบบอื่น
ควบคู่กันไปด้วย เช่น
การป้องกันแดดอย่างเต็มที่
การทายาในกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ
และกลุ่มอนุพันธุ์ของวิตามิน เอ เพื่อชะลอการเกิดริ้วรอยใหม่ การกรอผิวระดับตื้น
(Microdermabrasion) เพื่อแก้ไข ความไม่เรียบของผิวชั้นบน สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ทำให้สภาพผิวโดยรวมดูดีขึ้น
หรือในกรณีหลุมแผลเป็นหรือร่องลึก
อาจจะใช้เครื่องมือสอดเข้าไป
เพื่อเลาะพังผืดใต้หลุม
ให้ตื่นขึ้นระดับหนึ่งก่อน
(subcision)
แล้วทำเลเซอร์กระตุ้นอีกครั้ง
จะทำให้การรักษาได้ผลดียิ่งขึ้น
|