|
การลอกผิวด้วยกรด
การลอกผิวด้วยเครื่องพ่นผลึก(Microdermabrasion)
การลอกผิวด้วยเลเซอร์ (Laser resurfacing)
ศ.คลินิก นพ.นิวัติ พลนิกร
การลอกผิวด้วยกรด
เป็นวิธีเก่าแก่
มีมาตั้งแต่สมัยคลีโอพัตรา โดยการใช้กรดอ่อนๆ เช่น กรดผลไม้ลอกผิวชั้นบนๆ
ออกไป จะเกิดการสร้างผิวใหม่
และการอักเสบจะทำให้เกิดการบวมน้ำและผิวดูเต่งตึงขึ้น
เหมาะในการรักษาผิวเสื่อมจากแสงแดด รอยย่นตื้น ๆ กระแดด ฝ้าตื้น
และรอยแผลเป็นตื้น หลังจากล้างหน้าสะอาดแล้ว แพทย์จะทาบริเวณที่จะรักษา
ด้วยกรดอ่อน จนทั่วและรอประมาณ 15 นาที จะเกิดปฏิกริยาผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีขาว
(frosting) จึงหยุดการลอกด้วยน้ำ และล้างออก
ผิวหนังจะเกิดสะเด็ดบางๆ บวมแดง อยู่ประมาณหนึ่งสัปดาห์
หลังจากสะเก็ดลอกออกแล้ว จะเห็นผิวใหม่สีชมพู ต้องระวังแสงแดดจัด
ใช้ยากันแดดที่มีประสิทธิภาพสูง และทาครีมบำรุงผิวต่อไปอีกระยะหนึ่ง
การลอกผิวด้วยเครื่องพ่นผลึก(Microdermabrasion)
เป็นเทคโนโลยี
ที่พึ่งเกิดขึ้นประมาณ สิบปี โดยการใช้เครื่องมือที่มี แรงดูดผิวให้ตึง
พร้อมๆ กับพ่นผลึกสาร alminium oxide
ลงไปบริเวณผิวหนัง ด้วยความเร็วสูง
และดูดผลึกที่ใช้แล้วไปเก็บไว้ในภาชนะแยก
วิธีนี้ทำให้เกิดการลอกผิวอย่างตื้นๆ และกระตุ้นให้มีการสร้างคลอราเจนใหม่
ใต้ผิวหนัง จึงเหมาะที่จะใช้รักษารอยย่นตื้น หลุมสิวตื้น ฝ้าตื้น รอยด่างดำ
แผลเป็นตื้น และการเสื่อมจากแสงแดด หลังจากล้างหน้าสะอาดแล้ว
แพทย์จะเป็นผู้ทำการรักษา โดยการตั้งแรงดูด และอัตราการพ่นผลึกที่เหมาะสม
หลังรักษา บริเวณนั้นจะแดงเล็กน้อย และต้องทำซ้ำสัปดาห์ละ
1-2 ครั้ง ประมาณ 6-10
ครั้ง
การลอกผิวด้วยเลเซอร์ (Laser resurfacing)
แสงเลเซอร์
ได้ถูกนำมาใช้ในการลอกผิว โดยพัฒนาให้สามารถลอกผิวหนังได้ละเอียด
และมีอันตรายจากความร้อน เช่น เครื่อง Ultrapulse CO2
laser และเครื่อง Erbium: YAG laser
ทำให้สามารถลอกผิวได้อย่างแม่นยำ เฉพาะระดับชั้นที่ต้องการ จึงสามารถรักษา
หลุมสิวชนิดลึก แผลเป็นหลุม รอยย่น และการเสื่อมจากแสงได้อย่างดี
วิธีนี้แพทย์จะต้องคัดกรองผู้ป่วยอย่างดี ว่าเหมาะสมกับวิธีนี้
การรักษาต้องใช้ยาชาเฉพาะที่ หรือดมยาสลบ หลังการรักษา
จะมีแผลคล้ายผิวลอกจากความร้อน และต้องรักษาโดยการทายาที่เหมาะสม
จนกว่าแผลจะหาย ปัญหาหลังรักษาที่พบบ่อย
คือการเกิดรอยแดงหรือดำบริเวณที่รักษา ส่วนมากจะพบในคนที่มีสีผิวเข้ม
และถูกแสงแดดมากเกินไป รอยแดงหรือดำนี้ ใช้เวลา 3-6
เดือน จึงจะเลือนไป
|