|
การฟื้นสภาพผิว
Skin Rejuvenation
ศ.คลินิก นพ.นิวัติ พลนิกร
ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพผิวและความงาม รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น
อาจารย์พิเศษ ศูนย์เลเซอร์ผิวหนัง รพ.รามาธิบดี
คงไม่มีใครปฏิเสธว่า
ในโลกของการแข่งขันทางธุรกิจในปัจจุบัน การที่จะ "ดูดี"
มีความสำคัญอย่างยิ่ง การจะดูดี นอกจากกริยามารยาท การพูดจา การแต่งหน้า
ทรงผม แต่งตัวแล้ว สิ่งสำคัญมากประการหนึ่ง คือ ผิวพรรณ การมีผิวพรรณดี
เป็นค่านิยมที่มีมาแต่โบราณแล้วว่า เป็นคุณสมบัติของผู้ดี มีฐานะ
ไม่ต้องไปตากแดดตากลมทำนาทำไร่ แก่ก่อนวัย การมีผิวที่ดี เต่งตึง
ไม่หย่อนยาน จึงเป็นสิ่งที่ผู้คนจำนวนมากแสวงหา ไม่เฉพาะคุณผู้หญิง
เดี๋ยวนี้แม้แต่ คุณผู้ชายทั้งหลาย ก็อยากมีหน้าใส
หากไม่เชื่อก็ลองไปสังเกตสถานบริการบำรุงผิว ตามศูนย์การค้าทั้งหลาย
จะพบว่า มีลูกค้าผู้ชายในสัดส่วนที่สูงกว่าในอดีตมาก
ธุรกิจเครื่องสำอางบำรุงผิว จึงเป็นธุรกิจที่โตวันโตคืน
มีมูลค่าการตลาดรวมหลายหมื่นล้านบาท เกิดสถานบริการบำรุงผิว ลบรอยย่น
ทำให้เต่งตึง ขึ้นทั่วบ้านเมือง สถานบริการเหล่านี้มี คุณภาพ
และมาตรฐานแตกต่างกัน ตั้งแต่ศูนย์บริการที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง เช่น
เลเซอร์เย็น ที่ลบรอยย่น โดยไม่มีแผล การยกหน้า ลบรอยย่นด้วยคลื่นวิทยุ
การฉีดลบรอยย่น และสลายไขมัน ซึ่งอยู่ในโรงพยาบาล หรือเป็นคลินิกขนาดใหญ่
ไปจนถึงคลินิกรักษาผิวหนังทั่วไป ที่จ่ายยาเป็นหลัก
สถานบริการบำรุงผิวที่ไม่มีแพทย์ ทั้งที่เปิดแห่งเดียว
หรือเป็นระบบเครือข่าย ฯลฯ การขยายตัวอย่างมาก ของธุรกิจนี้
ไม่ได้เกิดจากมีความต้องการมากขึ้นเพียงอย่างเดียว
แต่เกิดจากการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ หลายชนิด เทคโนโลยีเหล่านี้
สามารถทำการรักษาหลายอย่างได้ผลโดยไม่ต้องมีแผล หรือเจ็บปวดเหมือนในอดีต
ทำให้การบริการด้านนี้ ได้รับความนิยมมากขึ้น ในขณะเดียวกัน
การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ได้ก่อให้เกิดความสับสน
ในผู้ที่อยากใช้บริการ เพราะไม่สามารถแยกแยะว่า อะไรดีกว่าอะไรแน่
จึงมักอาศัยองค์ประกอบอื่น เช่น อาศัยเพื่อน หรือคนรู้จักแนะนำ
อาศัยดูความโอ่โถงของสถานที่ อาศัยการตั้งราคา โดยคิดว่า
ราคาแพงดีกว่าราคาถูก ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ ไม่เพียงพอที่จะตัดสินได้
ว่าวิธีการรักษาเช่นนั้น จะเหมาะสมกับเราหรือไม่
วิธีการฟื้นสภาพผิว
คือ การทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง และเนื้อเยื่อ ทำให้ผิวดูอ่อนวัน
และเต่งตึงขึ้น ที่ได้ผลและนิยมทำกันได้แก่
-
การลอกผิวด้วยกรด เช่น กรดผลไม้
(Glycolic acid) หรือกรด
Trichloracetic acid
-
การลอกผิวด้วยเครื่องพ่นผลึก
(Microdermabrasion)
-
การลอกผิวด้วยเลเซอร์
(Laser resurfacing)
-
การกระตุ้นการสร้างคลอราเจนด้วยแสงเลเซอร์
(Nonabltive
laser)
-
การกระตุ้นคลอราเจนและลดสีผิวด้วยแสงความเข้มสูง (Intensed
Pulse Light)
-
การยกและดึงหน้าด้วยคลื่นวิทยุ (Radiofrequency-face
lift)
-
การฉีดสลายไขมันและกระชับผิวด้วย Mesotherapy
และ Carbotherapy
-
การเร่งยาเข้าผิวด้วยวิธี Iontophoresis และ
Phonophoresis
โดยสรุป
แม้จะมีความก้าวหน้าในวิทยาการด้านเวชสำอางไปมาก แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุด
ยังคงเป็นตัวผู้รักษา หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่ต้องมีทั้งความรู้
ประสบการณ์ อุปกรณ์เครื่องมือ และจริยธรรม
เพื่อเลือกและให้การรักษาที่เหมาะสมที่สุด สำหรับแต่ละคน
ไม่ใช่สวยแต่เสี่ยง หรือสวยแต่จนไปเลย การเลือกแพทย์จึงสำคัญที่สุด
อย่าดูเพียงความโอ่อ่าของสถานที่ เพราะสถานที่เช่นนั้น
จะยิ่งแพงหนักเข้าไปอีก อย่าเลือกเพราะเห็นโฆษณาเครื่องมือ
เพราะเครื่องมือเดียวกันอาจให้ผลต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับพลังงาน
และความชำนาญของแพทย์ที่รักษามาก ควรถามความเห็นแพทย์ท่านอื่นๆ
ดูก่อนการตัดสินใจ โดยเฉพาะแพทย์ที่ทำงานด้านเดียวกัน
ในสถาบันที่เป็นแหล่งผลิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
มักจะได้ความเห็นที่เป็นกลางและถูกต้อง หรือหาข้อมูลจากหน่วยงานวิชาชีพ
ก่อนที่จะตัดสินใจรับการรักษา เพราะการรักษาหลายอย่าง แม้จะดูไม่น่ากลัว
แต่ยังมีสิ่งที่ไม่มีคำตอบอีกมาก โดยเฉพาะผลเสียในระยะยาว
ความสวยเป็นเรื่องของค่านิยม ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความจริงของชีวิต
การจะเปลี่ยนแปลงอะไรให้ดีขึ้น ล้วนอยู่ได้ชั่วคราวเท่านั้น
เราควรชั่งใจให้แน่นอนว่า ผลดีกับความเสี่ยง และสิ่งที่ต้องสูญเสียไป เช่น
ค่าใช้จ่าย เวลา ฯลฯ นั้น คุ้มค่าหรือไม่
|