(close this window to go back to thaicosderm)

การกระตุ้นการสร้างคลอราเจนด้วยเลเซอร์(Nonablative laser resurfacing)
การกระตุ้นการสร้างคลอราเจนและลดสีผิวเข้มด้วยแสงความเข้มสูง
การยกหน้าและคอด้วยคลื่นวิทยุ (Radiofrequency face-lift)
ศ.คลินิก นพ.นิวัติ พลนิกร


การกระตุ้นการสร้างคลอราเจนด้วยเลเซอร์(Nonablative laser resurfacing)

รอยย่นหรือแผลเป็นชนิดเป็นหลุม จะมีชั้นคลอราเจนบางลง การกระตุ้นการสร้างคลอราเจน จะทำให้เกิดการสร้างคลอราเจนใหม่ และทำให้ปัญหาดังกล่าวดีขึ้น มีเลเซอร์หลายชนิดที่ให้แสง ในช่วงคลื่นอินฟราเรด สามารถยิงแสงผ่านชั้นผิวหนังกำพร้าผ่านลงไป กระตุ้นการสร้างคลอราเจนได้ ผิวหนังจะถูกทำให้เย็น ด้วยการพ่นไอเย็น หรือการสัมผัสด้วยเครื่องมือลดอุณหภูมิผิว ตัวอย่างเลเซอร์ในกลุ่มนี้ เช่น 1064 nm Nd:YAG (Mydon, Coolglide), 1320 nm (Cooltouch), 1450 nm Diode (Smoothbeam) , 1540nm Er:Glass (Aramis) ฯลฯ ความเย็นยังช่วยลดความรู้สึกเจ็บ เนื่องจากเป็นการกระตุ้น จึงจำเป็นต้องทำซ้ำ ประมาณ 2-4 สัปดาห์ต่อครั้ง หลังการรักษาไป 6-8 ครั้ง รอยย่นและแผลเป็นชนิดหลุม จะดีขึ้นประมาณ 30-50 % ผลการรักษาด้วยเครื่องมือต่างชนิดกัน มักจะไม่ต่างกันมากนัก การเลือกใช้เครื่องมือ จึงขึ้นอยู่กับว่า แพทย์คนนั้นมีเครื่องมือชนิดไหนมากกว่าเหตุผลอื่น จุดเด่นของการรักษาด้วยวิธีนี้คือ การที่ไม่มีแผล และการรักษาไม่เจ็บปวด ส่วนการรักษาแผลเป็นลึกนั้น สู้การลอกผิวด้วยเลเซอร์ไม่ได้ เร็วๆนี้ ได้มีการพัฒนาแสงเลเซอร์ ที่กระตุ้นการสร้างคลอราเจนอย่างเดียว วิธีนี้เรียกว่า Thermal mode Erbium:YAG laser ซึ่งอาศัยหลักการของการฉายแสงเลเซอร์ชนิด Er:YAG ที่พลังงานต่ำกว่าที่จะเกิดการลอกผิว แต่ยิงซ้ำด้วยความถี่สูงจนเกิดความร้อนใต้ผิวหนังเพียงพอที่ จะกระตุ้นการสร้างคลอราเจนใหม่ได้

การกระตุ้นการสร้างคลอราเจนและลดสีผิวเข้มด้วยแสงความเข้มสูง

ในคนที่มีสีผิวค่อนข้างขาว มักจะเกิดการเปลี่ยนแปลงจากการถูกแสงแดดได้มาก โดยจะเห็นผิวหนังบริเวณโดนแดด เหี่ยวย่น มีจุดด่างดำ เส้นเลือดขยาย และผิวหนังบางลง การเปลี่ยนแปลงนี้เรียกว่า Photoaging และเกิดจากแสง Ultraviolet ในแสงแดด การเปลี่ยนแปลงนี้ สามารถทำให้กลับเป็นปกติได้ ด้วยการฉายแสงความเข้มสูง (Intense Pulsed Light) ซึ่งคือแสงไฟแฟลช ที่มีพลังงานสูง และกรองแสงเฉพาะบางส่วนให้ผ่านออกมา ช่วงความยาวคลื่นแสงที่นำมาใช้ในการรักษา จะอยู่ระหว่าง 530 - 1200 nanometer พลังงานแสง ในช่วงคลื่นนี้ จะถูกดูดซับ ที่เป้าหมายคือ หลอดเลือด และเซลที่มีเม็ดสี ทำให้เกิดการกระตุ้นการสร้างคลอราเจน เส้นเลือดที่ขยายลดลง และเซลที่มีเม็ดสีมาก จะถูกทำลายทำให้สีผิวจางลง การรักษาวิธีนี้ ทำให้ผิวดูอ่อนวัยขึ้น จึงมีคนเรียกว่า Photorejuvenation หรือการฟื้นสภาพผิวด้วยแสง ในขณะรักษา ผิวหนังจะถูกทำให้เย็น เพื่อลดการไหม้พอง และต้องทำซ้ำทุก 2-4 สัปดาห์ จึงจะเห็นผล การรักษารอยย่น กระแดด เส้นเลือดขยาย จะได้ผล 50-70% วิธีนี้ ยังสามารถนำมารักษาแผลเป็นสีแดง และรอยแผลเป็นจากสิวได้อีกด้วย

การยกหน้าและคอด้วยคลื่นวิทยุ (Radiofrequency face-lift)

ในอดีต การแก้ไขผิวหนังหย่อนยานที่แก้ม ใต้ตา คางและคอ มีวิธีเดียวคือ การผ่าตัดดึงหน้า การผ่าตัดดังกล่าวเป็นการผ่าตัดใหญ่ ต้องทำในห้องผ่าตัด แผลบวมอักเสบอยู่หลายวัน และมีแผลเป็นยาวหลังหู ท้ายทอยและในไรผม แพทย์ที่ทำจะเป็นศัลยแพทย์ตกแต่ง และค่าใช้จ่ายในการทำอยู่ในเกณฑ์สูง ในปัจจุบัน ในกรณีที่ยังเป็นไม่มาก และยังไม่อยากผ่าตัด ด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม เราสามารถกระตุ้นให้ผิวที่หย่อนยาน กระชับมากขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด วิธีการนี้ ใช้การกระตุ้นให้เกิดความร้อนใต้ผิวหนัง ซึ่งอุณหภูมิประมาณ 50-60°C จะกระตุ้นให้มีการสร้างคลอราเจนใหม่ และมีการหดตัวของคลอราเจน และเส้นใยกล้ามเนื้อเล็ก ๆ ในผิวหนัง ทำให้ผิวกระชับขึ้น การหย่อนยานและร่องลึกจะดีขึ้น ผู้เขียนและคณะได้พัฒนาทั้งเครื่องมือ และวิธีการรักษา จนได้ผลดีเป็นที่ยอมรับ และได้นำเสนอผลการรักษา ในการประชุมระหว่างประเทศหลายครั้ง และบริษัทผู้ผลิต ซึ่งเป็นบริษัทของไทย สามารถส่งออกเครื่องมือดังกล่าว ไปยังประเทศในเอเชีย เช่น สิงคโปร์ มาเลเซืย เกาหลี อินเดีย อินโดนีเซีย โดยที่แพทย์จากประเทศเหล่านั้น ต้องมาอบรมการรักษาในประเทศไทย เป็นการสร้างชื่อเสียง และการยอมรับในมาตรฐานการรักษาของแพทย์ไทย และยังสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศได้อีก

การรักษาด้วยวิธีนี้ ไม่มีแผล หลังรักษาจะมีการแดง และรู้สึกผิวหนังตึง อยู่ระยะหนึ่ง และต้องทำซ้ำทุก 2-4 สัปดาห์ จึงจะเห็นผลชัดเจน การเปลี่ยนแปลงจะคงอยู่มากกว่าหนึ่งปี และสามารถทำซ้ำได้ทุกปี ในระยะหลังได้มีผู้สั่งเครื่องมือ จากต่างประเทศ ที่ทำการรักษาได้ผลใกล้เคียงกัน แต่เจ็บกว่ามาก และมีคนไทยจำนวนหนึ่งยินดีจะไปเสียค่ารักษาที่แพงกว่ามากนี้ ด้วยเหตุผลเพียงอย่างเดียวคือ เชื่อว่าเครื่องมือที่ฝรั่งทำดีกว่า

 

 
Copyright 2000-4,Thaicosderm,
All rights reserved.

Disclaimer
webmaster
info@thaicosderm.org