(close this window to go back to Thaicosderm)
นันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ
แผลเป็นคืออะไร
การหายของแผล เป็นขบวนการซ่อมแซมที่สำคัญอย่างหนึ่งของร่างกาย แผลเป็นก็จะเป็นส่วนที่มาจากการหายของแผล แผลเป็นเหล่านี้ อาจเกิดจากอุบัติเหตุ โรคบางชนิด เช่น สิว แผลจากการผ่าตัด โดยธรรมชาติแล้ว แผลที่มีขนาดใหญ่ และใช้เวลานานในการหาย โอกาสที่จะเป็นแผลเป็นจะมีมากขึ้น โดยแผลเป็นจะเห็นชัดในระยะแรก และค่อยๆจางลง โดยใช้ระยะเวลาเป็นเดือนหรือปี การที่แผลเป็นจะเห็นได้ชัดหรือไม่ ขึ้นกับสี ความเรียบ ความลึก ความยาว และความกว้างของแผลเป็นนั้นๆ ในคนที่อายุน้อย การซ่อมแซมมักจะดี ทำให้แผลเป็นที่เกิดขึ้นชัดเจนกว่าแผลเป็นในคนอายุมาก ผิวหนังบริเวณคางมักจะตึงกว่าบริเวณแก้ม ซึ่งมักจะทำให้เป็นแผลเป็นได้ง่ายขึ้น
การรักษาแผลเป็นทำอย่างไร
ในปัจจุบัน เทคนิคทางการแพทย์เจริญก้าวหน้ามากในการทำแผลเป็นให้ดีขึ้น แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีการใดก็ไม่มีทางที่จะทำแผลเป็นให้กลับมาเป็นผิวหนังปกติได้ เพียงแต่ทำให้ดูดีขึ้น และสังเกตเห็นได้น้อยลง สิ่งสำคัญคือ ปรึกษาแพทย์ เพื่อหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแผลเป็นนั้น
วิธีการต่างๆ ในการรักษาแผลเป็น
๑.การเปลี่ยนลักษณะแผลเป็นโดยการตัดเย็บ
วิธีนี้เหมาะสำหรับแผลเป็นที่กว้างมาก หรือยาวมากในบริเวณที่สังเกตเห็นได้ชัด แผลเป็นที่กว้างและยาวสามารถถูกทำให้แคบลง และสั้นลงได้โดย เทคนิคทางการผ่าตัดต่างๆ ซึ่งแพทย์ต้องดูทิศทางของกล้ามเนื้อภายใต้แผลเป็นนั้นๆ
๒.การขัดหน้า
การขัดหน้าเป็นเทคนิคที่ค่อนข้างจะปลอดภัย และสามารถทำได้ด้วยเครื่องมือหลายชนิด ตั้งแต่เครื่องที่หัวทำด้วยกากเพชร ทรายบางชนิด ไปจนถึงการใช้เลเซอร์ขัดหน้า การจะเลือกใช้เครื่องมือชนิดใดขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์ ชนิดของผิว และลักษณะของแผลเป็น เทคนิคนี้ใช้ได้ผลดีกับแผลเป็นจากสิว แผลเป็นจากอีสุกอีใส แผลเป็นจากรอยผ่าตัด กระชนิดลึก และรอยเหี่ยวย่น
การรักษาโดยวิธีนี้ แพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ และยาช่วยผ่อนคลาย หลังทำผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ แต่ต้องพักอยู่กับบ้านประมาณ ๑ สัปดาห์ แผลส่วนใหญ่จะแห้งภายใน ๑ - ๒ สัปดาห์ ต่อมาบริเวณที่ทำอาจดำ และแดงได้เล็กน้อย ส่วนใหญ่จะหายไปภายใน ๓ เดือน ผู้ได้รับการรักษา ต้องพยายามเลี่ยงแสงแดดเป็นเวลา ๓-๖ เดือน
๓.การฉีดคอลลาเจน
คอลลาเจน เป็นสารที่ผลิตจากโปรตีนของสัตว์ ใช้ฉีดเข้าไปในแผลเป็นเพื่อให้แผลเป็นเรียบขึ้น เหมาะสำหรับแผลเป็นที่เป็นมานาน และรักษาโดยวิธีอื่นแล้วไม่ค่อยได้ผล ผลข้างเคียงคือ ผู้ป่วยอาจแพ้ได้ และผู้ป่วยต้องมาฉีดทุก ๖-๑๒ เดือน เนื่องจากคอลลาเจนที่ฉีดเข้าไปจะสลายได้
๔.การรักษาโดยการปลูกหนังใหม่
เทคนิคนี้ทำโดยการผ่าตัดแผลเป็นออก และนำผิวหนังจากบริเวณอื่น มาใส่ลงไปแทนที่ ทำให้แผลเป็นเรียบขึ้น วิธีนี้เหมาะสำหรับ แผลเป็นที่เป็นหลุมลึก
๕.การรักษาโดยใช้สารเคมี
วิธีนี้ เหมาะสำหรับแผลเป็นชนิดตื้นๆ สารเคมีที่ใช้มีหลายชนิดคือ กรดไทรคลออาซิติก กรดอัลฟาไฮดรอกซี่ และอื่นๆ การเลือกใช้ชนิดใด ขึ้นอยู่กับระดับความลึก ของแผลเป็น หลังทำผู้ป่วยจะรู้สึกแสบๆ เล็กน้อย จากนั้นบริเวณที่ทำจะดำ และหลุดลอกออกภายใน ๔-๕ วัน หลังจากแผ่นดำหลุดออก บริเวณที่ถูกทำ อาจดำหรือแดงเล็กน้อย และค่อยๆจางหายไปในที่สุด ผู้ที่ได้รับการรักษา ต้องหลีกเลี่ยงแสงแดด อย่างน้อย ๒-๓ สัปดาห์
สรุป
ปัจจุบัน วิทยาการทางการรักษาแผลเป็นก้าวหน้าขึ้น แผลเป็นต่าง ๆ จะดูดีขึ้นด้วยวิธีการรักษาต่าง ๆ ซึ่งค่อนข้างปลอดภัย โดยแพทย์จะเลือกให้เหมาะสม กับชนิดของแผลเป็น และชนิดของผิวพรรณ ในผู้ป่วยที่ต้องการรักษาแต่ละราย
copyright©2000-2,Thaicosderm.org, All rights reserved
disclaimer
http://www.thaicosderm.org
webmaster@thaicosderm.org