(close this window to go back to thaicosderm)
|
รู้จักมะเร็งผิวหนัง(skin
cancer) ปัจจุบัน มีค่านิยมว่าผิวขาว หน้าใสจึงจะสวยงาม มีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผิวหนังออกมามากมาย ที่โฆษณาว่าจะทำให้ผิวขาวขึ้น หลายคนนิยมไปทำเลเซอร์รักษากระ ไฝ ขี้แมลงวันบนใบหน้า เพราะต้องการให้ใบหน้าเกลี้ยงเกลา การทาครีมให้หน้าขาว หรือการรักษาใดๆ ย่อมมีทั้งผลด้านบวกและด้านลบ จึงควรมีความรู้เท่าทัน เพื่อที่จะได้สวยอย่างไม่เสี่ยง การที่คนเรามีสีผิวต่างๆกัน เป็นผลจากการทำงานของเซลล์เม็ดสี (melanocyte) ซึ่งจะผลิตเม็ดสี เพื่อป้องกันเซลล์ผิวหนังของเรา จากอันตรายจากแสงแดด ดังนั้น การทาผลิตภัณฑ์เพื่อให้ผิวขาวขึ้น ก็เท่ากับไปลดการทำงานของเซลล์เม็ดสี และทำให้เซลล์ผิวหนัง มีโอกาสรับแสงอัลตราไวโอเลตมากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนัง การกำจัดไฝหรือขี้แมลงวันก็เช่นกัน ปัจจุบันนิยมรักษาด้วยเลเซอร์ เนื่องจากทำได้เร็ว ไม่มีเลือดออก ไม่ต้องมีรอยเย็บ ไม่ต้องตัดไหม แต่มีข้อควรคำนึงว่า มะเร็งผิวหนังบางชนิด ระยะเริ่มแรกอาจแยกยากจากไฝธรรมดา บางคนกำจัดไฝกันเอง โดยใช้ธูปจี้บ้าง ใช้ปูนกัดบ้าง ซึ่งไม่ควรทำอย่างยิ่ง นอกจากจะเป็นแผลเป็นง่ายแล้ว ถ้าหากรอยโรคที่เข้าใจเอาเองว่าเป็นไฝนั้น แท้ที่จริงเป็นมะเร็งระยะเริ่มแรก การจี้นอกจากจะทำลายเซลล์มะเร็งไม่หมด มีโอกาสแพร่กระจายได้แล้ว ยังทำให้การส่งตรวจทางพยาธิวิทยาในภายหลัง อ่านผลได้ลำบาก ดังนั้น การจะทำอะไรกับไฝหรือก้อนต่างๆ บนผิวหนัง จึงควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อน มะเร็งผิวหนังมีหลายชนิด ที่พบบ่อย ได้แก่ Squamous cell carcinoma, Basal cell carcinoma อีกชนิดที่พบไม่บ่อย แต่มีความร้ายแรง เพราะสามารถกระจายเข้าสู่กระแสเลือดได้รวดเร็วคือ มะเร็งของเซลล์เม็ดสี ที่เรียก malignant melanoma มะเร็งผิวหนังอาจจะมีขนาดใหญ่ขึ้นช้าๆ และลุกลามเฉพาะที่ หรืออาจแพร่กระจายไปอวัยวะอื่นได้ด้วย เช่นไปต่อมน้ำเหลือง เป็นต้น ปัจจัยที่เป็นสาเหตุของมะเร็งผิวหนัง
การป้องกันและรักษา มะเร็งทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นที่อวัยวะใด ถ้าสามารถตรวจพบตั้งแต่แรก และกำจัดเซลล์ที่ผิดปกติออกได้หมด ก็สามารถหายขาดได้ มะเร็งผิวหนังมีข้อเด่นคือ ผิวหนังเป็นอวัยวะที่ห่อหุ้มอยู่ภายนอก เราสามารถมองเห็นได้ จึงทำให้สามารถตรวจพบความผิดปกติในระยะเริ่มแรกได้รวดเร็ว และยังติดตามการรักษาได้ง่าย คนปกติทั่วไป จะมีเม็ดไฝ ขี้แมลงวัน เกิดขึ้นตามผิวหนังได้ทุกช่วงอายุ พออายุมากขึ้นก็มีพวกกระ หูด ติ่งเนื้อต่างๆ เราจะทราบได้อย่างไรว่า รอยโรคใดอาจเป็นมะเร็งผิวหนัง มีวิธีสังเกตคือ อาการที่บอกว่าอาจเป็นมะเร็งผิวหนัง
ถ้ามีข้อสงสัย ให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อการวินิจฉัย ซึ่งทำได้โดยการตัดชิ้นเนื้อบริเวณที่สงสัย ส่งตรวจทางพยาธิวิทยา การรักษามีหลายวิธี ขึ้นกับชนิด ตำแหน่ง และการลุกลามของโรค โดยทั่วไปมักใช้วิธีผ่าตัดเอามะเร็งผิวหนังออกให้หมด หลายครั้งที่มะเร็งเกิดบนใบหน้า ในบริเวณที่อาจมีการผิดรูปจากการผ่าตัดได้ ปัจจุบันมีวิธีผ่าตัดโดยวิธีที่เรียก Mohs micrographic surgery แพทย์จะทำการตัดชิ้นเนื้อและส่งตรวจทางพยาธิวิทยา ในคราวเดียวกัน เพื่อตรวจดูว่าได้ตัดมะเร็งออกได้หมด หากยังมีหลงเหลือ ก็จะกลับมาผ่าตัดซ้ำจนหมด จึงจะเย็บปิดแผล วิธีนี้จะทำให้สามารถตัดมะเร็งออกได้หมดในคราวเดียว โดยไม่ตัดเนื้อดีออกมากเกินจำเป็น แต่ในบางครั้ง มะเร็งถูกทิ้งไว้จนมีขนาดใหญ่เกินที่จะตัดออกได้หมด อาจรักษาโดยการใช้รังสีรักษา หรือถ้ามีการแพร่กระจาย จะต้องให้เคมีบำบัดร่วมด้วย โดยสรุป มะเร็งผิวหนังสามารถรักษาให้หายขาดได้ ถ้าได้รับการวินิจฉัย และรักษาตั้งแต่เริ่มแรก ถ้ามีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งผิวหนัง ควรพบแพทย์ผิวหนัง เพื่อตรวจหามะเร็งตั้งแต่ระยะแรก ในคนทั่วๆ ไปก็ไม่ควรประมาท ระวังอย่าถูกแสงแดดจัด ใช้ครีมกันแดดให้ถูกต้องและเหมาะสม สังเกตการเปลี่ยนแปลงของหูด,ไฝ, ปาน หากมีแผลเรื้อรังหรือแผลที่ไม่หายใน 2 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์ |
copyright©2000-2,Thaicosderm.org, All rights reserved
disclaimer
http://www.thaicosderm.org
webmaster@thaicosderm.org