(close this window to go back to thaicosderm)

โรคด่างขาว

พ.ญ.จิรพร ศรีวสันต์ศักดิ์ 

โรคด่างขาว เป็นโรคผิวหนัง ที่เกิดจากการขาด หรือบกพร่องของรงควัตถุของผิวหนัง [melanin] ทำให้ผิวหนังมีลักษณะสีขาวเหมือนน้ำนม ไม่ใช่โรคติดต่อ โดยทั่วไป จะพบเป็นแผ่นขาวๆไม่กี่แผ่น ทั้งสองด้านของร่างกายคล้ายๆกัน บริเวณที่พบบ่อย ได้แก่ หน้า ริมฝีปาก มือ แขน ขา และบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์

พบได้ประมาณ 1-2% ของ ประชากรทุกเชื้อชาติ 50% ของผู้ป่วย จะมีอาการก่อนอายุ 20 ปี 20% ของผู้ป่วยมักมีประวัติครอบครัวร่วมด้วย สุขภาพทั่วๆไปของคนไข้โรคด่างขาวส่วนใหญ่จะปกติ

สีผิวของคนเราจะถูกกำหนดโดยรงควัตถุ [ melanin] ซึ่งสร้างจากเซลล์ที่ชื่อว่า melanocyte ถ้าเซลล์ตัวนี้ตาย หรือไม่สามารถสร้างรงควัตถุ ผิวจะมีสีขาวขึ้น หรือ ขาวเผือก

สาเหตุของโรคด่างขาว

ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด สันนิษฐานกันว่า อาจเกิดจาก

  1. เซลล์ประสาทที่ผิดปกติ อาจจะผลิตสารพิษ ซึ่งทำลายเซลล์สร้างสีผิว

  2. ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายอาจทำลายเซลล์สร้างสีผิว เนื่องจากการตอบสนองของร่างกายต่อสารแปลกปลอมในร่างกาย

  3. เซลล์สร้างสีผิวทำลายตัวเอง ขณะที่มีขบวนการสร้างเม็ดสีผิวอยู่ เกิดสารพิษออกมาทำลายเซลล์สร้างสีผิว

  4. มีกรรมพันธุ์ที่ทำให้เซลล์สร้างสีผิวอ่อนแอ และง่ายต่อการถูกทำลาย

ความรุนแรงและการดำเนินของโรค แตกต่างกันไปในแต่ละคน คนผิวขาวจะสังเกตุเห็นรอยโรคชัดเจนขึ้นในฤดูร้อน เนื่องจากผิวที่ปกติจะมีสีคล้ำขึ้นจากแสงแดด ส่วนคนผิวคล้ำจะเห็นรอยโรคได้ชัดเจนตลอดทั้งปี ในรายที่เป็นมาก จะเห็นรอยโรคปรากฏไปทั่วทั้งร่างกาย ไม่สามารถจะทำนายได้ว่า คนไข้แต่ละคนจะเป็นมากหรือน้อยแค่ไหน แล้วแต่บุญทำกรรมแต่งของแต่ละคน

โรคด่างขาวที่ชัดเจน จะมีลักษณะขาวแบบน้ำนม ระดับของด่างขาวจะแตกต่างกันไปในแต่ละรอยโรค อาจมีขอบสีคล้ำที่ขอบของรอยโรค เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะแรก และชะลอลดลงจนหยุดนิ่ง แล้วเกิดรอบใหม่อีกเป็นระยะๆ วงจรนี้อาจเกิดได้เรื่อยๆแบบไม่มีกำหนดเวลา ตลอดอายุขัยของผู้ป่วย เป็นการยากที่จะหายเอง บางคนคิดว่าตนเองหายแล้ว จริงๆแล้ว คือ เป็นโรคด่างขาวหมดทั้งตัวแล้ว ไม่มีพื้นที่ผิวหนังที่ปกติเหลือไว้เปรียบเทียบแล้ว

การรักษา

บางครั้งการรักษาที่ดีที่สุดของโรคด่างขาว คือ การไม่ต้องรักษาเลย ในคนผิวขาว การหลบเลี่ยงแสงแดด จะทำให้รอยโรคเห็นชัดเจนน้อยลง สีผิวที่ขาวในโรคด่างขาวไม่สามารถปกป้องตัวเองจากแสงแดดได้ ผิวจะไหม้เกรียมจากแดดได้ง่าย ควรใช้ครีมกันแดดที่มี SPF เบอร์ 15 ขึ้นไปในบริเวณที่พ้นจากการปกคลุมของเสื้อผ้า และหลีกเลี่ยงแสงแดดระหว่าง 10.00-16.00 น.

การกลบเกลื่อนรอยโรคด้วย make-up , self-tanning compounds,dyes จะทำให้เห็นรอยโรคชัดเจนน้อยลง เลือกใช้เครื่องสำอางที่กันน้ำได้ self-tanning compound จะมีสารเคมีที่ชื่อว่า dihydroxyacetone จะทำให้ผิวมีสีแทนโดยไม่ต้องอาศัยเซลล์สร้างสีผิว สีพวกนี้จะค่อยๆหลุดไปเอง ไม่มีผลต่อการดำเนินของโรค แต่ทำให้รอยโรคชัดเจนน้อยลง SPF ของสารพวกนี้ประมาณเบอร์ 4 อาจใช้การสักสีทับลงบนบริเวณด่างขาว 

การรักษาสีผิวให้กลับคืนมา [ Repigmentation ] 

Topical Corticosteroids

ใช้ได้ผลดีในกรณีที่เป็นน้อย อาจมีผลข้างเคียงจากครีมสเตียรอยด์ เช่น ผิวบางลง แตกลายยืดออกเป็นริ้วๆ ควรใช้ภายในกำกับดูแลของแพทย์ผิวหนังของท่าน

Puva

ทำให้สีผิวกลับคืนมาโดยให้ยาชื่อ psoralen ซึ่งจะทำให้ผิวไวต่อแสงมากขึ้น หลังให้ยาฉายด้วยแสง UVA ถ้าเป็นน้อย ใช้ psoralen ในรูปยาทาก็พอ แล้วตามด้วยการฉายแสง UVA โดยทั่วไป ใช้ psoralen ในรูปยากิน แล้วฉายแสง ได้ผลประมาณ 50-70% สำหรับรอยโรคบริเวณใบหน้า ตัว ต้นแขนและต้นขา บริเวณที่ไม่ค่อยตอบสนองต่อการรักษาได้แก่ มือและเท้า อาจต้องฉาย Puva อาทิตย์ละ 2 หน เป็นเวลา 1-2 ปี ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนัง ผลข้างเคียง ได้แก่ มีผิวไหม้แบบไหม้แดด เมื่อใช้เป็นระยะยาวอาจมีผิวตกกระ มีโอกาสเป็นมะเร็งผิวหนัง ตาจะไวแสงมากขึ้น จึงต้องใส่แว่นกันแดดในวันที่ทำ Puva ตลอดวัน จนพระอาทิตย์ตกดิน จึงถอดแว่นได้ เพื่อป้องกันการเกิดต้อกระจก ไม่ทำ Puva ในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ในคนท้อง ในคนให้นมลูก และโรคบางชนิดที่มีข้อห้ามฉายแสง

Grafting

ตัดผิวที่ปกติมาแปะผิวบริเวณที่เป็นด่างขาว โดยลอกผิวที่เป็นด่างขาวทิ้งไป ได้ผลกับคนไข้กลุ่มน้อย และบริเวณที่แปะ สีผิวก็ไม่ได้กลับคืนมาทั้งหมด

การรักษาโดยลอกสีผิวให้เป็นด่างขาวหมด [Depigmentation therapy]

ในรายที่เป็นมาก การรักษา โดยใช้วิธีลอกสีผิวปกติให้เป็นรอยโรค ดูจะง่ายกว่าการรักษาให้สีผิวกลับเหมือนเดิม โดยทำให้ผิวขาวสม่ำเสมอกันทั้งตัว แลดูไม่น่าเกลียด กระดำกระด่าง เป็นหย่อมๆ โดยใช้ ยาทาชื่อ monobenzylether of hydroquinone อาจต้องทาเป็นปีๆ สีผิวจะขาวแบบถาวร 

การรักษาโรคด่างขาวในเด็ก ใช้แค่ครีมกันแดด และเสื้อผ้าปกป้องผิวจากแดด อาจใช้ยาทาพวกครีมสเตียรอยด์ แต่ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ อย่าซื้อใช้เอง ไม่ควรใช้ Puva กับเด็ก จนกว่าจะอายุมากกว่า 12 ปี ดูว่าจะได้ประโยชน์คุ้มค่ากับความเสี่ยงจากผลข้างเคียงของ Puva หรือเปล่า

คำถามยอดฮิต คือ โรคด่างขาว รักษาหายไหม ? ฝรั่งกำลังทำวิจัยกันอยู่ โดยมีความหวังว่า สักวัน จะค้นพบหนทางเยียวยาโรคนี้ให้ได้ ในปัจจุบัน แม้แต่สาเหตุของโรค เราก็ยังมืดมนกันอยู่ การรักษาในขณะนี้ ไม่มีอย่างหนึ่งอย่างใดที่ทำให้โรคนี้ดีขึ้น ต้องใช้การรักษาหลากหลายชนิดมาประกอบกัน 

ปัจจุบัน มีเลเซอร์ที่ใช้รักษาโรคด่างขาว คือ Excimer laser คงต้องช่วยกันลุ้นว่า เทคโนโลยีใหม่และแพงตัวนี้ จะช่วยสานฝันของหมอผิวหนังทั่วโลก ในการต่อสู้กับโรคด่างขาวได้คุ้มค่าสมราคาหรือไม่ และจะทำให้คนไข้โรคด่างขาวหายจากโรค หรือเงินในกระเป๋าหายไปแทน โปรดติดตามกันเอาเอง

Copyright 2000-4,Thaicosderm,
All rights reserved.

Disclaimer
webmaster
info@thaicosderm.org